รองอัยการสูงสุด ร่วมเปิดการประชุมชี้แจงก่อนศึกษาดูงานการต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ (Online Child Sexual Exploitation: OCSE)
วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด ร่วมกับ Ms. Lisa Mortimer ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และนายคำเพ็ด สมวอละจิต รองอัยการประชาชนสูงสุด แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เปิดการประชุมชี้แจงก่อนเดินทาง (Pre-Departure Briefing: PDB) โครงการศึกษาดูงาน “การต่อต้านการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กทางออนไลน์ (Online Child Sexual Exploitation: OCSE)” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการความร่วมมือประเทศลุ่มน้ำโขง–ออสเตรเลีย ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Mekong-Australia Partnership – Transnational Crime: MAP-TNC) โดยมีพนักงานอัยการไทยและ สปป.ลาว จำนวน 14 คน เข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เพลินจิต กรุงเทพมหานคร
รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า การประชุมชี้แจงก่อนเดินทางครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความร่วมมือที่สำนักงานอัยการสูงสุดให้ความสำคัญ โดยโครงการฯ มีกรอบการดำเนินงานบน 5 เสาหลัก ได้แก่ นโยบาย, การดำเนินคดี, การคุ้มครอง, การป้องกัน และความร่วมมือ พร้อมบูรณาการมิติความเท่าเทียมทางเพศ ความเสมอภาคของผู้พิการ และความครอบคลุมทางสังคม (GEDSI) ในทุกขั้นตอน โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานอัยการให้สามารถดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพและปฏิบัติต่อเด็กอย่างเหมาะสมและเป็นมิตร
ทั้งนี้ ความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการก่ออาชญากรรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การสื่อสารแบบเข้ารหัส และเครือข่ายออนไลน์ข้ามพรมแดน ตลอดจนความซับซ้อนของพยานหลักฐานดิจิทัลและภัยรูปแบบใหม่จากสื่อที่สร้างหรือดัดแปลงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพ Deepfake ซึ่งส่งผลต่อทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การพิสูจน์พยานหลักฐาน และการระบุตัวผู้เสียหาย โดยเห็นว่าการที่พนักงานอัยการไทยและ สปป.ลาว ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน จะช่วยพัฒนาแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย การแสวงหาและประเมินพยานหลักฐาน การดำเนินคดี และการป้องกันอาชญากรรมประเภทดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รองอัยการสูงสุด ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของพนักงานอัยการในการนำเสนอพยานหลักฐานที่ครบถ้วนและถูกต้องต่อศาล เพื่อให้สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ ตัดวงจรการกระทำความผิดซ้ำ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเด็กผู้เสียหายมิให้ได้รับผลกระทบซ้ำจากกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนได้รับการชดใช้เยียวยาและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม โดยคาดหวังว่าการศึกษาดูงาน ณ นครซิดนีย์ กรุงแคนเบอร์รา และนครบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 17 – 25 ตุลาคม 2569 จะทำให้ได้รับความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง การจัดการพยานหลักฐานดิจิทัล และการรับมือกับสื่อที่สร้างโดย AI การนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับมาพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของแต่ละประเทศให้เหมาะสมกับบริบทและกฎหมายของตน รวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ภายในองค์กร และการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทย ลาว และออสเตรเลียให้เป็นเครือข่ายผู้บังคับใช้กฎหมายและพนักงานอัยการที่มีความเข้มแข็ง มีช่องทางการประสานงานที่สามารถใช้งานได้จริง และเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานอัยการในอนาคต
สำหรับการประชุมชี้แจงก่อนเดินทาง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 ตุลาคม 2569 ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย (DFAT) และโครงการ MAP-TNC ตลอดจนหน่วยงานและภาคีของออสเตรเลียที่ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างมิตรภาพ เครือข่ายทางวิชาชีพ และความร่วมมือระหว่างไทย ลาว และออสเตรเลีย เพื่อประโยชน์สูงสุดในการคุ้มครองเด็กต่อไป


















