รองอัยการสูงสุด ร่วมปาฐกถาในโครงการ CARE : คุ้มครองหญิงไทยและเสริมพลังเครือข่าย

           สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ จัดโครงการ CARE : คุ้มครองหญิงไทยและเสริมพลังเครือข่าย ผ่านระบบออนไลน์ Hybrid Meeting เพื่อยกระดับกลไกการดูแล ปกป้องสิทธิ และช่วยเหลือเด็ก ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมถึงหญิงไทยในต่างแดนอย่างเป็นระบบ

          วันนี้ (3 กันยายน 2569) เวลา 13.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด ร่วมปาฐกถาพิเศษ
ในหัวข้อ การบูรณาการความร่วมมือเพื่อคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ : มุมมองด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในโครงการ CARE : คุ้มครองหญิงไทยและเสริมพลังเครือข่าย ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ผ่านระบบออนไลน์

          รองอัยการสูงสุด กล่าวถึงแนวทางการทำงานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น การตรวจสอบประวัติต่าง ๆ สัญญาการทำงาน วีซ่า และสาเหตุความเดือดร้อน ตลอดจนการตรวจสอบพยานหลักฐานเบื้องต้น เช่น ข้อมูลในโทรศัพท์ บัญชีการเงิน และการสืบค้นออนไลน์ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานผู้บังคับใช้กฎหมาย ภาคประชาสังคม (NGO) และเครือข่ายจิตอาสา เพื่อรับมือกับปัญหาการค้าทาสยุคใหม่ (Modern Slavery) และการค้ามนุษย์ข้ามชาติอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง  ชูบทบาท “อาสาสมัครอัยการช่วยได้ระหว่างประเทศ” พร้อมช่องทางสายด่วน 1157

           ด้าน นายนิรันดร์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ (สคช.ระหว่างประเทศ) ในการสนับสนุนและทำงานร่วมกับเครือข่าย “อาสาสมัครอัยการช่วยได้ระหว่างประเทศ” (Volunteer OAG Coordinator) ซึ่งปัจจุบันมีจิตอาสาผ่านการคัดเลือกและอบรมกระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย และอเมริกา เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม ให้คำปรึกษาเบื้องต้น และส่งต่อความช่วยเหลือมายังประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว 

           ขณะที่ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้กล่าวขอบคุณ นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดสำคัญในการจัดงานครั้งนี้ พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมืออันดีระหว่างสองหน่วยงานที่ได้ร่วมทำงานช่วยเหลือเด็ก เหยื่อค้ามนุษย์ และหญิงไทยในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องอาทิ บูรณาการกฎหมาย สอบข้อเท็จจริง และปราบปรามการค้ามนุษย์ยุคใหม่