สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมลงนามต่ออายุบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) มุ่งสานต่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากรและระบบงานด้านคดีปกครอง
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับนายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด สานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานให้มีความเข้มแข็งและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด และ นายเจตน์ สถาวรศิลพร เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารรับรอง อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานศาลปกครอง
อัยการสูงสุด กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ เป็นการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการที่ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขับเคลื่อนความร่วมมือสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ทางวิชาการ และการจัดการทรัพยากรสารสนเทศสานต่อความร่วมมือ 4 ด้าน ประกอบด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ และการจัดการทรัพยากรสารสนเทศยกระดับการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการร่วมพัฒนาระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานและพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้าน เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดพร้อมสานต่อความร่วมมือกับสำนักงานศาลปกครอง เพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สนับสนุนภารกิจของทั้งสองหน่วยงาน และนำองค์ความรู้ที่เกิดจากความร่วมมือไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรม โดยความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ การจัดกิจกรรมทางวิชาการร่วมกัน รวมถึงการเปิดโอกาสให้บุคลากรของทั้งสองหน่วยงานได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพร่วมกัน อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการสานต่อความร่วมมือในระดับหน่วยงานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทยให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี ยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และส่งต่อผลลัพธ์ของความร่วมมือไปสู่การอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน













