สำนักงานคดีค้ามนุษย์ เปิดโครงการแนวทางการดำเนินคดีค้ามนุษย์โดยหลักการยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-centred Approach) กับหลักปฏิบัติอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับรูปแบบคดีที่เพิ่มขึ้น
วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายอดิศร ไชยคุปต์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแนวทางการดำเนินคดีค้ามนุษย์โดยหลักการยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-centred Approach) กับหลักปฏิบัติอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับรูปแบบคดีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสำนักงานคดีค้ามนุษย์จัดขึ้น ณ ห้องเบซิล ชั้น 3 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านวิธีการ กระบวนการ และเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีซึ่งส่งผลให้การแสวงหาข้อเท็จจริงแห่งคดี การรวบรวมพยานหลักฐาน และการพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวการบังคับใช้กฎหมายจึงจำเป็นต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการคำนึงถึงศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับทั้งในกฎหมายภายในประเทศและหลักปฏิบัติสากล การนำหลักการ Victim-centred Approach มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินคดีจึงมิใช่เป็นเพียงการคุ้มครองผู้เสียหายเท่านั้น หากยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้การแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินคดีในชั้นศาลเป็นไปอย่างครบถ้วน รอบด้าน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานต่าง ๆ จะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อคิดเห็นตลอดจนร่วมกันพัฒนา แนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อบริบทของการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในปัจจุบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น และหวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันเสนอข้อเสนอเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงเพื่อให้การดำเนินคดีค้ามนุษย์ของประเทศไทยมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักกฎหมายและมาตรฐานสากลและสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมได้อย่างยั่งยืน
ด้านนายประวิทย์ ร้อยแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพของบุคคลและความสงบเรียบร้อยของสังคม อันเป็นปัญหาที่ประชาคมระหว่างประเทศให้ความสำคัญร่วมกันในการป้องกันและปราบปราม โดยประเทศไทยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระสำคัญของภาครัฐและได้พัฒนากฎหมาย กลไกและมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การคุ้มครองผู้เสียหายและการดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญโดยมีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงผ่านระบบออนไลน์ การหลอกให้เปิดบัญชีม้า การหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกระทำความผิดจนส่งผลให้เกิดกรณีบุคคล 2 สถานะคือ เป็นทั้งผู้เสียหายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคนเดียวกัน จึงทำให้การคัดแยกผู้เสียหาย การรวบรวมพยานหลักฐาน การประเมินข้อเท็จจริงในสำนวนและการดำเนินคดีมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนยิ่งขึ้น ภายใต้บริบทดังกล่าวการดำเนินคดีค้ามนุษย์จำเป็นต้องยึดหลักการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพโดยอาศัยหลักการ Victim-centred Approach เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินงานเพื่อให้การแสวงหาข้อเท็จจริงและการอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรี สิทธิ และความปลอดภัยของผู้เสียหายอันจะนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน โครงการนี้ประกอบด้วย พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ องค์กรภาคประชาสังคม ตลอดจนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม จำนวน 70 คน เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 24 – 25 สิงหาคม 2569














