สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการบริหารจัดการคดีค้ามนุษย์ภายใต้หลักการปฏิบัติโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

               วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบริหารจัดการคดีค้ามนุษย์ภายใต้หลักการปฏิบัติโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered) และคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma-Informed) โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจัดโดยสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้อง 202 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting

               รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ คือ การทำให้ผู้เสียหายได้รับความคุ้มครอง ได้รับการเยียวยา และมีโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะผู้ที่ใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐโดยมิชอบ จะต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา รอบคอบ เป็นธรรม และตั้งอยู่บนพยานหลักฐานตามหลักกฎหมาย เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติธรรมของประเทศ

               การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบาย ระหว่างพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางดำเนินคดีค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป

               ด้าน นายประวิทย์ ร้อยแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางการพิจารณาสั่งคดีของพนักงานอัยการในคดีค้ามนุษย์ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง รวมทั้งหารือร่วมกับผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือของผู้เสียหายกับหน่วยงานรัฐในชั้นพนักงานอัยการ โดยส่งเสริมให้ผู้เสียหายให้ความร่วมมือกับพนักงานอัยการโดยตรง ตลอดจนสร้างความร่วมมือในรูปแบบใหม่ด้านการสืบพยานในคดีค้ามนุษย์และคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการทุจริต

               นอกจากนี้ ยังมุ่งแสวงหาแนวปฏิบัติต่อผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ภายใต้หลักการปฏิบัติโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered) และคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma-Informed) โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้เสียหายและประเด็นที่ละเอียดอ่อนทางจิตใจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการได้มาซึ่งข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่รัฐ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร รวมทั้งผลักดันการดำเนินคดีเชิงรุกอย่างจริงจังและเด็ดขาดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์

               โครงการนี้มี พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานคดีในส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง  สำนักงานอัยการภาค 1–9 เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ช. , ป.ป.ท. , ปปง. , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ , กรมสอบสวนคดีพิเศษ , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรวมจำนวน 191 คน โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ความท้าทายและอุปสรรคในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง , ความสำคัญของการบริหารจัดการคดีค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ , มุมมองของพนักงานอัยการต่อการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่เกี่ยวพันกับคดีทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ , การบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐ : บทเรียนจากคดีสำคัญและทิศทางในอนาคต และเสียงสะท้อนจากผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ที่เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมกระทำความผิด รวมทั้งกิจกรรมระดมความคิดเห็นในประเด็น “แนวทางการบริหารจัดการคดีค้ามนุษย์ภายใต้หลักการปฏิบัติโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered) และคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ (Trauma-Informed) โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ มูลนิธิไอเจเอ็ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมเป็นวิทยากร