ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 6 (จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และพิจิตร)
นายวริช มุนินทร ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 6 (จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และพิจิตร) ระหว่างวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2569 โดยมีนายจิตติ เหลืองทองคำ อธิบดีอัยการภาค 6 รองอธิบดีอัยการ อัยการพิเศษฝ่าย อัยการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรในพื้นที่ร่วมต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ
ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามผลการปฏิบัติงานตามภารกิจในด้านต่างๆ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติราชการ โดยได้กำชับในการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายองค์กรและนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด “Justice for People” โดยเฉพาะการลดปริมาณสำนวนค้างในคดีอาญาค้างด้วยการสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาเพื่อซักถาม การดำเนินการหักล้างเงินยืมค่าธรรมเนียมความแพ่งให้เป็นปัจจุบัน ขอให้ปฏิบัติงานราชการให้เต็มที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มีความปรองดองสามัคคี หากมีปัญหาให้ปรึกษาและพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในหน้าที่อยู่เสมอ
ในการตรวจราชการครั้งนี้ พบว่าหลายสำนักงานมีปัญหาและความต้องการด้านอาคารสถานที่ในการปฏิบัติงาน เนื่องจากสถานที่ดิมมีความคับแคบไม่สะดวกต่อการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ที่มีการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายที่เป็นเรื่องส่วนบุคคล หรือกรณีที่มีประชาชนมาปรึกษาหลายรายในคราวเดียวทำให้เสียงดังเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังมีความต้องการซ่อมแซมปรับปรุงทั้งอาคารสำนักงานและบ้านพักที่ชำรุดทรุดโทรมทำให้บางส่วนไม่สามารถเข้าอยู่ใช้งานได้
สำหรับอัตรากำลังบุคลากร ทั้งพนักงานอัยการและข้าราชการธุรการยังคงไม่สอดคล้องกับปริมาณสำนวนคดี บุคลากรมีการโยกย้ายและเกษียณอายุราชการแต่ไม่ได้รับอัตราทดแทน ส่วนผู้ที่มาใหม่ไม่คุ้นเคยกับลักษณะงานของสำนักงานนั้นๆ ทำให้ต้องใช้เวลาในการศึกษาการทำสำนวนคดี ประมาณ 2 – 4 เดือน ส่วนวัสดุครุภัณฑ์สำนักงานยังไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน บางส่วนยังไม่ได้รับการจัดสรรทดแทนและบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านการประชุมออนไลน์ ด้านยานพาหนะรถยนต์ราชการ เนื่องด้วยพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานอัยการภาค 6 มีสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและทางโค้งเยอะ จึงมีความต้องการใช้รถยนต์ที่เหมาะกับสภาพภูมิประเทศและยังไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางในการปฏิบัติงาน ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือและดูแลงาน เช่น งานพัสดุ งานการเงิน งานซ่อมแซมหรือก่อสร้างอาคาร โดยเฉพาะกรณีที่พนักงานอัยการและข้าราชการธุรการต้องเป็นคณะกรรมการตรวจรับงานซ่อมแซมหรือก่อสร้างอาคารต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับงานก่อสร้าง การบริหารสัญญา หรือการแก้ไขปัญหาจากแบบก่อสร้างมาตรฐานขององค์กรที่อาจจะมีความแตกต่างจากสภาพภูมิประเทศหรือพื้นที่ก่อสร้างจริง ซึ่งผู้ตรวจการอัยการได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นและจะได้ประสานกับสำนักบริหารอาคารและที่ดิน ออกแบบ และก่อสร้าง สำนักบริหารทรัพย์สิน และสำนักการคลัง เพื่อให้คำปรึกษาในการดำเนินงานหรืออาจส่งบุคลากรเข้ามาช่วยดูแลในกรณีที่มีปัญหาต่อไป

































