สถาบันนิติวัชร์ จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย

              วันนี้ (5 มีนาคม 2569) เวลา 14.30 น. นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดาริกา โพธิรุกข์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด กับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีนายสุริยา สิทธิกรณ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ พร้อมด้วยรองศาสตราจารย์ ดร.เดือนเด่น นาคสีหราช รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และพัฒนาวิจัย และผู้แทนของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม 801 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

              เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า สถาบันนิติวัชร์ ในฐานะหน่วยงานทางวิชาการของสำนักงานอัยการสูงสุด มีพันธกิจในการศึกษา วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม

              การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในวันนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการเชื่อมโยงภาควิชาการกับภาคปฏิบัติ เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตร การจัดอบรมสัมมนา การวิจัย และการพัฒนากระบวนการยุติธรรม สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และสอดคล้องกับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

               สถาบันนิติวัชร์ เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในครั้งนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และประสบการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมกันพัฒนาแนวทางแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน อันจะส่งผลต่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศโดยรวม

               ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ อาทิ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การศึกษาวิจัยร่วมกัน การจัดอบรมสัมมนา การพัฒนาหลักสูตร และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง อันจะส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านนิติศาสตร์อย่างยั่งยืนต่อไป