อัยการสูงสุด เปิดโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
วันนี้ (18 กันยายน 2568) นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานในโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านการบังคับคดี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดี (ครั้งที่ 4) โดยมีรองอัยการสูงสุด อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี อธิบดีอัยการภาค 5 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 5 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองเชียงใหม่ อัยการจังหวัด พนักงานอัยการ นิติกร เจ้าพนักงานคดี และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านการบังคับคดีเข้าร่วมอบรมในระหว่างวันที่ 18 – 19 กันยายน 2568 ณ โรงแรม อโมร่า ท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
อัยการสูงสุด กล่าวว่า ผมขอชื่นชมทุกท่านที่เข้ามาอบรมในวันนี้กับการเอาใจใส่ในการพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่พนักงานอัยการ นิติกร หรือเจ้าพนักงานคดี และผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการบังคับคดี ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการบังคับคดี ทำให้การดำเนินงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการปฏิบัติงาน ทำให้สามารถขับเคลื่อนงานด้านการบังคับคดี ได้บรรลุเป้าประสงค์ในภารกิจด้านการรักษาผลประโยชน์ของรัฐของสำนักงานอัยการสูงสุดให้ดียิ่งขึ้น
นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี กล่าวว่า วัตถุประสงค์การจัดโครงการในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านทักษะ ความชำนาญ ในการปฏิบัติงานด้านการบังคับคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง และการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน อันเป็นการเพิ่มประสิทธิผลและศักยภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้พนักงานอัยการ นิติกร เจ้าพนักงานคดีของสำนักงานอัยการสูงสุด มีความรู้ ความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินการบังคับคดี ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นการขับเคลื่อนงานด้านการบังคับคดีให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์และยุทธศาสตร์ด้านการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ของสำนักงานอัยการสูงสุด และเป็นไปตามนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด
สำหรับการจัดอบรมเสริมสร้างศักยภาพการปฏิบัติงานในการบังคับคดีในครั้งนี้เป็นการจัดอบรมทั้งในรูปแบบ Onsite และ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Online) ด้วยระบบ Zoom Meeting โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานอัยการ นิติกร เจ้าพนักงานคดี และผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานด้านการบังคับคดีของสำนักงานการบังคับคดีและสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) ในพื้นที่ภาค 5 และภาค 6 จำนวน 134 คน


















