อัยการสูงสุด ร่วมหารือกับคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ สภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานอัยการสูงสุด
วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) เวลา 10.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ต้อนรับนายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบหารือและศึกษาดูงานการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
อัยการสูงสุด กล่าวว่า องค์กรอัยการมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานกว่า 133 ปี มีภารกิจหลัก 3 ประการ คือการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งภาระงานของสำนักงานอัยการสูงสุดมีการขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเป็นไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทุกภารกิจที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้ขับเคลื่อนมีความสำเร็จ แต่ก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะคดีนอกราชอาณาจักรที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ระบุให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบและพิจารณาสั่งคดี แต่ปัจจุบันรูปแบบหรือลักษณะของการกระทำความผิดเปลี่ยนแปลงไปและมีปริมาณมากขึ้น บางคดีไม่จำเป็นต้องมาถึงอัยการสูงสุด เช่น ชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก็ตีความว่าการปลอมแปลงหนังสือเดินทางได้กระทำในต่างประเทศก่อนที่จะนำมาใช้ถือเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร หรือคดียาเสพติดในพื้นที่ชายแดนที่ผู้ต้องหาเดินทางข้ามแดนไปมาคาบเกี่ยวกัน คดีในลักษณะนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องมาถึงอัยการสูงสุด ซึ่งอธิบดีอัยการในระดับภาคก็มีความรู้ ความสามารถ พิจารณาสั่งคดีได้ สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้เสนอพิจารณาเพื่อขอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อที่อัยการสูงสุดจะได้มีเวลาในการพิจารณาเรื่องที่สำคัญและขับเคลื่อนการบริหารงานด้านอื่นๆ ซึ่งต้องฝากคณะกรรมาธิการฯ ช่วยผลักดันในประเด็นดังกล่าว
ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้ขอบคุณคณะกรรมาธิการฯ ที่ได้เข้าศึกษาดูงานและร่วมหารือแลกเปลี่ยนในประเด็นต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะกรรมาธิการฯ โดยในประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกต สำนักงานอัยการสูงสุดจะได้นำไปพิจารณาเพื่อดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ด้านประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ มีค่อนข้างจำกัด แต่ก็พยายามทำหน้าที่เพื่อเป็นปากเสียงแทนประชาชน โดยการส่งคำแนะนำไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆ หากมีประเด็นใดที่จะเสนอเพื่อแก้ไขกฎหมายได้ก็จะดำเนินการเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยคณะกรรมาธิการฯ อาจจะมีความรู้ด้านกฎหมาย แต่รายละเอียดลึกๆ บางด้านก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุดในการเข้าให้ข้อมูลหรือชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ มากพอสมควร
สำหรับการเข้าพบหารือและศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการฯ ในครั้งนี้ นอกจากการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและการอำนวยความยุติธรรมของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังได้สอบถามความคืบหน้าและข้อกฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว., การดำเนินคดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีลักษณะเป็นการฟ้องปิดปาก (SLAPP), การตรวจร่างสัญญาให้กับหน่วยงานราชการต่างๆ, การดำเนินการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ผู้รับจ้างทิ้งงาน, การดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานอัยการสูงสุด และการดำเนินการเกี่ยวกับการเปิดสอบอัยการผู้ช่วยสนามจิ๋ว ซึ่งได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลจนเป็นที่พอใจ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้จัดส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เป็นเอกสารเพิ่มเติมจัดส่งให้กับคณะกรรมาธิการฯ ตามที่มีการร้องขอต่อไป































