อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้คณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 9 (6/2569)

               วันนี้ (20 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 9 (6/2569)  โดยมีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting

             อัยการสูงสุด ได้สั่งการให้สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายและเตรียมการให้ความช่วยเหลือข้าราชการและบุคลากรในพื้นที่ โดยเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดได้รายงานสถานการณ์ว่า ในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เกิดอุทกภัยจากน้ำป่าซึ่งจะมาเป็นระลอกโดยเริ่มในช่วงประมาณ 3 นาฬิกา ของวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยอาคารสำนักงานในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว มีเพียงบ้านพักอาศัยส่วนตัวของข้าราชการและบุคลากรที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้มวลน้ำดังกล่าวได้เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่อำเภอเมืองน่านตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา และเริ่มเข้าท่วมบ้านพักข้าราชการของสำนักงานสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งสำนักงานเลขาธิการฯ จะได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

              นอกจากนี้ อัยการสูงสุด ยังได้แจ้งการเข้าพบหารือของคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยมีประเด็นหารือเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน การช่วยเหลือเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท สัญญาต่างๆ รวมถึงปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงาน การดำเนินการทางวินัย และแนวทางการพัฒนากฎหมายตามหลักนิติบัญญัติและแนวทางของรัฐสภา ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดก็จะได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 เกี่ยวกับการมอบอำนาจของอัยการสูงสุดในการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักร และความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติการบังคับคดีภาครัฐ ต่อคณะกรรมาธิการฯ ด้วย

               สำหรับวาระการประชุมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 และสำนักงานอัยการภาค 2 ได้มีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมในพื้นที่สำนักงานอัยการที่เคยทรงงาน อาทิ สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดระยอง สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง ซึ่งทั้งหมดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ โดยอัยการสูงสุดได้แจ้งกำหนดการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรอุทิศถวายเป็นพระกุศลฯ ในวาระครบรอบ 100 วัน แห่งการสิ้นพระชนม์ (สตมวาร) ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ส่วนกลางกำหนดจัดพิธี ณ บริเวณชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ

               โครงการจัดประกวดความเห็นและคำสั่งในคดีอาญาดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หรือการประกวด อก.4 ดีเด่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกความเห็นและคำสั่งในคดีอาญาของพนักงานอัยการที่มีคุณภาพและสามารถใช้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) หรือเป็นแบบอย่างที่ดี และเพื่อยกระดับมาตรฐานความเห็นและคำสั่งในคดีอาญาของพนักงานอัยการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดให้แก่ประชาชนนั้น มีหน่วยงานส่งผลงานเข้าร่วมโครงการ จำนวน 37 ผลงาน มีผลงานที่ได้รับการประเมินคุณภาพ ผ่านเกณฑ์ 75% จำนวน 21 ผลงาน ซึ่งคณะทำงานฯ นำมาคัดเลือกและได้ผลดังนี้

               (1) ประเภทคดีอาญา
                    ระดับดีเด่น ได้แก่ นายจารุกิตต์ โพธิ์ชัย สำนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน
                    ระดับดีมาก ได้แก่ นายชยพล ยศใหญ่ สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สอด
                    ระดับดี ได้แก่
                         1.นางสาวสุปรียา ชุนสนิท (เจ้าของสำนวน) นางสาวศิริลักษณ์ สุวรรณประเสริฐ นายเทิดภพ ปิยวนะ และนางนิรมล ธำรงราชนิติ (คณะทำงาน) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 สำนักงานคดีอาญา
                         2.นางสาวจุฑามาศ พฤฒิวิญญู สำนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช
                         3.นายเอกวัฒน์ สิริโสภณวรกุล สำนักงานอัยการจังหวัดตรัง

              (2) ประเภทคดีอาญา (คดีศาลแขวง)
                    ระดับดีเด่น ได้แก่ นาวสาวนุจรีย์ แก้วปาน สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงอุดรธานี
                    ระดับดีมาก ได้แก่ นางสาววิสสุตา สุวรรณปิฎกกุล สำนักงานอัยการจังหวัดสตูล
                    ระดับดี ได้แก่
                          1.นายจิรายุ ศรีจันทร์ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงตรัง
                          2.นางสาววิชยาภรณ์ ชูรัตน์ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงกระบี่
                          3.นางสาวกุลยา กัลยกร สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงกระบี่

              โดยสำนักงานอัยการสูงสุด จะจัดพิธีมอบรางวัลตามโครงการดังกล่าว ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม 120 ปี ชั้น 1 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ด้วย

               ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้กล่าวถึงการพิจารณาคัดเลือกความเห็นและคำสั่งฯ ที่ได้รับรางวัลว่า ผู้ที่ได้รับรางวัลล้วนแต่เขียนความเห็นและคำสั่งมาเป็นอย่างดี เขียนได้ละเอียดเป็นขั้นตอน มีการแบ่งประเด็นและลำดับเรื่องราวที่ดี ทำให้คณะกรรมการฯ ต้องพิจารณาและตัดสินอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งผลงานทั้งหมดที่ได้รางวัลและผ่านเกณฑ์คุณภาพ 75% จะได้รับการเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางให้พนักงานอัยการทั่วประเทศได้รับทราบและนำไปปรับใช้ พร้อมทั้งแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการอัยการ เพื่อบันทึกลงในประวัติประกอบการพิจารณาเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายต่อไป

              นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบเกี่ยวกับความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่สำนักงานอัยการสูงสุด (แปลงที่ดินย่านประดิพัทธ์) ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างสะพานข้ามคลองบางซื่อเชื่อมกับถนนกำแพงเพชร โดยได้รับงบประมาณ พ.ศ.2570 จำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งจะมอบให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ก่อสร้างและหน่วยเบิกจ่ายแทน คาดว่าจะเริ่มทำการก่อสร้างได้ในต้นปี 2570 สำหรับตัวอาคารก็ได้รับงบประมาณในการออกแบบก่อสร้างแล้วเช่นเดียวกัน โดยคณะทำงานศึกษาออกแบบและการใช้งานอาคารที่มีนายนริศ ชำนาญชานันท์ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้นำเสนอแนวทางการใช้งานและจัดสรรพื้นที่สำหรับสำนักงานต่างๆ ที่จะเข้าปฏิบัติงานในอนาคต ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้นำเสนอกับคณะผู้บริหารชุดต่อไปทราบและพิจารณา

               สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการล้างบัญชีค่าธรรมเนียมความแพ่ง ลูกหนี้เงินยืมนอกงบประมาณ สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบในสำนักงานอัยการจำนวน 4 แห่ง ทำให้ทราบสาเหตุและสามารถดำเนินการปรับปรุงบัญชีให้เป็นปัจจุบันได้แล้วหลายรายการ ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการต่อไป โดยที่ประชุมได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นปัจจุบัน พัฒนาศักยภาพของนักวิชาการเงินและบัญชี อัตรากำลังและความพร้อมของสำนักงานอัยการแต่ละแห่ง และการช่วยเหลือตรวจสอบจากสำนักงานอัยการภาค พร้อมจัดทำแนวทางการดำเนินการเพื่อถ่ายทอดแก่พนักงานอัยการและข้าราชการธุรการผู้ปฏิบัติงาน และแนวทางการกำกับดูแลตรวจสอบสำหรับผู้บริหารด้วย

              ในช่วงท้ายของการประชุม อัยการสูงสุด ได้ขอบคุณผู้บริหารทุกท่าน รวมถึงว่าที่อัยการสูงสุดคนต่อๆ ไป ที่ได้ให้การสนับสนุนและร่วมขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานภายใต้แนวคิด “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน บริหารจัดการอย่างยั่งยืน” หรือ “Justice for People” โดยในระยะเวลา 1 ปี อาจจะไม่สามารถทำให้เห็นผลได้ทั้งหมด ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องฝากให้ผู้บริหารชุดใหม่ได้ดำเนินการต่อไป โดยเฉพาะการเร่งรัดสำนวนคดีค้างโดยการใช้แนวทางสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาเพื่อซักถาม ซึ่งที่ผ่านมาผู้บริหารทุกท่านก็ได้ร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุดในอีก 5 – 10 ปี ข้างหน้าแล้ว หวังว่าทุกท่านจะได้ร่วมกันสานต่อการดำเนินงาน เพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชนสืบไป