สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ” ให้แก่อัยการผู้ช่วย รุ่นที่ 68
วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น.นายบัญชา เขียวต่ายเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์
เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม “หลักสูตรการใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ” ให้แก่อัยการผู้ช่วย รุ่นที่ 68 (พ.ศ. 2569)
พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากห้องปฏิบัติการสู่ห้องพิจารณาคดี : บทบาทอัยการในการใช้พยานหลักฐาน
ทางวิทยาศาสตร์” ณ ห้องประชุม แมจิก 3 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร
เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า บริบทแห่งกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในยุคปัจจุบัน
ได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชศาสตร์จึงเป็นกลไกสำคัญในการแสวงหาความจริง
อันปราศจากอคติ ป้องกันความคลาดเคลื่อนอันอาจเกิดจากข้อจำกัดของพยานบุคคล ทั้งนี้ ความรู้ความเข้าใจ
ในรายงานการตรวจพิสูจน์และการชันสูตรพลิกศพ ไม่ใช่เพียงเรื่องทางวิชาการ แต่เป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานและดุลพินิจเชิงวิชาการที่พนักงานอัยการจำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินคดีอาญาและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และเป็นธรรม
ด้านนายปกรณ์ ธรรมโรจน์ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า สถาบันนิติวัชร์ จัดโครงการฝึกอบรมนี้ขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 สิงหาคม 2569 สำหรับอัยการผู้ช่วย รุ่นที่ 68 จำนวน 73 คน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในกระบวนการยุติธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความพร้อมในการปฏิบัติงานดำเนินคดีอาญาที่มีความซับซ้อนในยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การตรวจเก็บและอ่านรายงานผลทางนิติวิทยาศาสตร์ การชันสูตรพลิกศพ ตลอดจนเทคนิคการตั้งประเด็นซักถามและซักค้านพยานผู้เชี่ยวชาญในชั้นศาล รวมทั้งยังมีการฝึกปฏิบัติในรูปแบบสถานการณ์จำลอง (Role Play)นำสำนวนคดีจริงมาฝึกวิเคราะห์ผลตรวจ ประเมินน้ำหนักพยานหลักฐาน และฝึกซ้อมการว่าความในศาลเรื่องการตั้งประเด็นซักถาม-ซักค้านผู้เชี่ยวชาญ
การฝึกอบรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทยคณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงาน สร้างความมั่นใจ และเตรียมความพร้อมสู่การปฏิบัติหน้าที่จริง และนอกจากจะเป็นการพัฒนาศักยภาพรายบุคคลของอัยการผู้ช่วยรุ่นที่ 68แล้ว โครงการนี้ยังถือเป็นมิติสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายซึ่งจะส่งผลให้การประสานงานสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีอาญาในอนาคตเป็นไปอย่างมีเอกภาพ รวดเร็ว และเที่ยงธรรมอันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

































