สำนักงานอัยการสูงสุด จัดพิธีเปิดโครงการนิเทศงานด้านการบริหารงานบุคคล ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2569 ครั้งที่ 4 ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9

วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) เวลา 08.30 น. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการนิเทศงานด้านการบริหารงานบุคคล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 4 (สำนักงานในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9) ซึ่งสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้น ณ โรงแรมทวิน โลตัส อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

            รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการพัฒนาและยกระดับระบบการบริหารงานบุคคล
เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ ตำแหน่งงานและเสริมศักยภาพสำหรับอนาคตในการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลในมิติของผู้บริหารให้แก่ข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุด
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนัก ให้มีความรู้ความเข้าใจสามารถดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวกับโครงสร้างและอัตรากำลังของข้าราชการธุรการ เพื่อให้หน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สามารถบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการทำงานภายในองค์กร         

            ด้าน นายสถิรภาค อ่อวิเชียร รองเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ดำเนินการฝึกอบรมในรูปแบบการบรรยาย การอภิปรายและการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับกระบวนการของงานในเรื่องรายละเอียดของการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การถ่ายทอดตัวชี้วัด การกำหนดตัวชี้วัดรายบุคคล การจัดทำตัวชี้วัด การประเมินผลการปฏิบัติราชการให้แก่ข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนัก ให้สามารถดำเนินงานในกระบวนการต่าง ๆ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ครบถ้วนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบของทางราชการ สอดคล้องกับนโยบายของอัยการสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิผลของงานเพื่อสนับสนุนภารกิจหลักและภารกิจสนับสนุนของสำนักงานอัยการสูงสุดให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างยั่งยืน และมีระยะเวลาการฝึกอบรมจำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 14 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 70 คน