สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เสริมสร้างศักยภาพอัยการผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชน”

              วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) เวลา 08.30 น. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “เสริมสร้างศักยภาพอัยการผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

               อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กล่าวว่า พนักงานอัยการมิได้มีหน้าที่เพียงปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ หากแต่ต้องอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนควบคู่กันไปด้วย การใช้ดุลพินิจสั่งคดีและการให้คำปรึกษาและช่วยทางกฎหมายของเราจึงต้องเป็นอิสระ รวดเร็ว เที่ยงธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง เพราะเป็นเรื่องที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล ต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยหัวข้อการบรรยายที่ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมรับฟัง ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรมจากความเกลียดชัง, การคุ้มครองผู้หญิงและเด็ก, การลักพาตัวเด็กข้ามชาติ, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สิทธิของผู้ต้องขัง, การช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมทางเพศ หรือหลัก Investigative Interviewing ล้วนเป็นเรื่องที่กฎหมายลายลักษณ์อักษรเพียงอย่างเดียวไม่อาจให้คำตอบได้ครบถ้วน หากแต่ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากลประกอบการใช้ดุลพินิจด้วย

               พร้อมกันนี้ อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ยังได้กล่าวน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งทรงเคยรับราชการในฐานะพนักงานอัยการและทรงเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง จนได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากลขององค์การสหประชาชาติ อันนับเป็นเครื่องยืนยันว่างานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของพนักงานอัยการไทยนั้น มิได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ หากแต่สามารถวางมาตรฐานให้แก่ประชาคมโลกได้เช่นกัน

               ด้าน นางสาวปาริชาติ เพชรวงค์ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้กรอบสหประชาชาติ ประเทศไทยย่อมมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติให้บรรลุผล โดยพันธกรณีเหล่านั้นมิได้เป็นเพียงหลักการในระดับนานาชาติ หากแต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดในการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อยกระดับความเข้าใจในหลักการสิทธิมนุษยชนสากลที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศในการปฏิบัติตาม เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและแนวทางการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพปฏิบัติงานในด้านคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้พนักงานอัยการสามารถนำความรู้ความเข้าใจดังกล่าวไปปรับใช้ได้ในการปฏิบัติหน้าที่จริง

              สำหรับโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการอบรมเป็นพนักงานอัยการชั้น 3 และชั้น 4 จากสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายทั่วประเทศ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย, สำนักงานศาลยุติธรรม, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และพนักงานอัยการผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์