อัยการสูงสุด เปิดการอบรม “โครงการอบรมเชิงรุกในการปฏิบัติหน้าที่การลดปริมาณสำนวนค้าง (Justice For People) ของพนักงานอัยการ ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2569) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม “โครงการอบรมเชิงรุกในการปฏิบัติหน้าที่การลดปริมาณสำนวนค้าง (Justice For People) ของพนักงานอัยการ ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” โดยมี นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ข้าราชการฝ่ายอัยการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 จำนวน 230 คน ณ ห้องประชุมบอลรูมออร์คิด 3 โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น แอนด์ คอนเวนชั่น

อัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการภาค 4 ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการบริหารจัดการสำนวนค้างตามนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อลดปริมาณสำนวนค้างนั้น พร้อมทั้งสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา โดยจัดทำตัวอย่างคำฟ้องและคำร้องต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานอัยการมีความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และสมรรถนะในการพิจารณาสั่งคดีและดำเนินคดีในชั้นศาล รวมทั้งวิทยากรที่จะมาบรรยายในการอบรมครั้งนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทักษะในการบริหารจัดการคดี

          ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 กล่าวว่า สำนักงานอัยการภาค 4 มีภารกิจในการกำกับดูแล และสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการในพื้นที่ 12 จังหวัด ครอบคลุม 46 สำนักงาน ซึ่งมีปริมาณสำนวนคดีอยู่ในระดับสูงสุด เมื่อเทียบกับสำนักงานอื่นในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด อันสะท้อนถึงภาระงานและความรับผิดชอบที่มีความสำคัญยิ่งต่อการอำนวยความยุติธรรมในระดับภูมิภาค ประกอบกับนโยบายการลดสำนวนค้างของอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการภาค 4 ตระหนักถึงภารกิจดังกล่าว จึงได้จัดโครงการนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพ มีการจัดอบรมด้านวิชาการ โดยวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และทักษะในการบริหารจัดการคดี พร้อมทั้งสร้างเครื่องมือสนับสนุน เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานอัยการ โดยจัดทำตัวอย่างคำฟ้อง และคำร้องต่าง ๆ เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้พนักงานอัยการมีความพร้อมในการทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน

การจัดโครงการดังกล่าว นอกจากเป็นการอบรมเพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานเชิงรุกในการปฏิบัติหน้าที่การลดปริมาณสำนวนค้างของพนักงานอัยการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 4 แล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและทักษะในการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพในการพิจารณาสั่งคดีและดำเนินคดีในชั้นศาลให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของอัยการสูงสุด ด้านการบริหารจัดการสำนวนค้าง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลด้วย