ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 (จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง)

นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ครั้งที่ 2) ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน 2569 – 3 กรกฎาคม 2569 โดยมี นายปิยวัฒน์  พรไชยา อธิบดีอัยการภาค 8  นางวันเพ็ญ แก้วพนาสิริ อธิบดีอัยการคดีศาลสูงภาค 8  นายธีระพันธุ์ ชูดำ อัยการจังหวัดเกาะสมุย นายวิฑูรย์ เชื้ออำไพ อัยการจังหวัดชุมพร นายธนวิชญ์ วิมลพันธุ์ อัยการจังหวัดระนอง ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรในพื้นที่ร่วมต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ

ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามผลการปฏิบัติงานตามภารกิจด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ทั้งด้านบุคลากร ครุภัณฑ์ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านอาคารสำนักงาน บ้านพักอาศัย ที่ดิน รถยนต์ราชการ โดยได้มอบนโยบายและกำชับให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการสูงสุดและนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญในการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุดหลายประการ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยได้ประชาสัมพันธ์โครงการจัดประกวดความเห็นและคำสั่งในคดีอาญาดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพงานด้านวิชาการและมาตรฐานการจัดทำความเห็นและคำสั่งในคดีอาญา และขอให้ทุกสำนักงานเร่งรัดการดำเนินการสำนวนค้างให้แล้วเสร็จ แม้ว่าปริมาณสำนวนค้างจะลดลงจากการตรวจราชการครั้งก่อน แต่ยังคงต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับให้สำนักงานที่มีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดบางรายการยังไม่ผ่านเกณฑ์ เร่งดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน เพื่อให้ผลการประเมินในรอบถัดไปเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

ในด้านการบริหารงานคดี ได้กำชับให้มีการลงสารบบคดีให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน โดยปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังได้แจ้งหลักเกณฑ์การจัดสรรอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและรถราชการให้สำนักงานอัยการผู้รับการตรวจทราบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรของหน่วยงานอย่างเหมาะสม รวมทั้งแจ้งให้สำนักงานที่ใช้อาคารสำนักงานของสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการจัดทำคำของบประมาณสำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานสะอาด ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และส่งเสริมการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ผู้ตรวจการอัยการ ได้แนะนำและเน้นย้ำให้ปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารของอัยการสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณคดีค้าง เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานตัวชี้วัด ยุติธรรม โปร่งใส ใส่ใจประชาชน “Justice for People” ต่อไป