สำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ จัด Workshop รับฟังความคิดเห็นพนักงานอัยการเพื่อสะท้อนมุมมองต่อการบังคับใช้มาตรการพิเศษในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1
วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพนักงานอัยการที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อสะท้อนมุมมองต่อการบังคับใช้มาตรการพิเศษในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1 ซึ่งสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม (สวอพ.) สถาบันนิติวัชร์จัดขึ้น ภายใต้โครงการยกระดับการใช้มาตรการพิเศษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นทุกวัน แม้จะมีกฎหมายเฉพาะบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2556 แต่ผู้ปฏิบัติงานต่างทราบดีว่าการบังคับใช้มาตรการพิเศษในภาคสนามยังคงมีปัญหาที่ทำให้ยังไม่สามารถขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ การสัมมนาในวันนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเชิญชวนพนักงานอัยการผู้มีความรู้ความสามารถจากแต่ละสำนักงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง มารวมพลังกันเพื่อมองหาทางออกและทลายข้อจำกัดต่างๆ โดยได้รับความกรุณาจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งผู้ที่ร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น ผู้ที่มีประสบการณ์ตรงในการทำคดีเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และผู้ที่มีมุมมองรวมถึงประสบการณ์จากต่างประเทศที่มีบังคับใช้กฎหมายนี้
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการมาบรรจบกันระหว่างเจตนารมณ์ของกฎหมาย ประสบการณ์จริงในหน้างาน และถอดบทเรียนความสำเร็จจากต่างประเทศ ผสานกับความคิดเห็นของอัยการผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะช่วยให้สามารถค้นพบแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด รัดกุม และสามารถนำไปสู่การยกร่างแนวทางปฏิบัติหรือข้อบังคับของสำนักงานอัยการสูงสุดที่ใช้ได้จริงในอนาคตต่อไป
ด้าน นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการ สวอพ. สถาบันนิติวัชร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 เป็นกฎหมายสำคัญที่ตราขึ้นเพื่อรองรับพันธกรณีตามอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร (United Nations Convention against Transnational Organized Crime: UNTOC) และเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน ปราบปราม และดำเนินคดีกับเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งในปัจจุบันองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของประชาชน การรับมือกับอาชญากรรมลักษณะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยมาตรการทางกฎหมายที่มีความเหมาะสม ทันสมัย และสามารถนำไปใช้ได้ในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ และการยกระดับประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป
การสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นเวทีในการรวบรวมองค์ความรู้ ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และมุมมองจากจากผู้ปฏิบัติงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 28 คน ซึ่งจะช่วยให้ทราบถึงปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประกอบการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะในการพัฒนาการใช้มาตรการพิเศษตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับสภาพการณ์อาชญากรรมข้ามชาติที่เปลี่ยนแปลงไป






















