ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 2 (จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และชลบุรี)
นายจำนอง ปานทอง ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ครั้งที่ 2) ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 2 (จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และชลบุรี) ระหว่างวันที่ 8 – 12 มิถุนายน 2569 โดยมี นายพินันพ์ ลักษณ์สิริ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแรงงานภาค 2 รองอธิบดีอัยการ อัยการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร ในพื้นที่ร่วมต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ
ผู้ตรวจการอัยการได้ติดตามผลการปฏิบัติงานตามภารกิจในด้านต่างๆ พร้อมทั้งติดตาม รับฟังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติราชการ โดยได้กำชับการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องและเป็นไปตามนโยบายองค์กรและนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด โดยมีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรขององค์กร ประกอบด้วยข้อมูลด้านบุคลากร ครุภัณฑ์ อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนข้อมูลด้านอาคารสถานที่ บ้านพักอาศัย ที่ดิน และรถของทางราชการ
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้ให้ข้อกำชับและข้อแนะนำสำคัญหลายประการ โดยเน้นย้ำให้เร่งรัดการดำเนินงานลดปริมาณสำนวนค้างที่มีแนวโน้มลดลงให้แล้วเสร็จ การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามตัวชี้วัดสำนักงานที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์สำหรับตัวชี้วัดบางตัวให้มีผลการดำเนินการผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดในการประเมินรอบถัดไป นอกจากนี้ ยังได้เน้นความสำคัญของการลงสารบบคดีและการบันทึกบัญชีว่าความในสมุด บ.2 ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันตามระเบียบที่กำหนด รวมถึงได้มีการชี้แจงหลักเกณฑ์การจัดสรรอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและรถของทางราชการให้หน่วยงานรับทราบ อีกทั้งกำชับให้สำนักงานที่อยู่ระหว่างการขอรับการจัดสรรงบประมาณด้านก่อสร้างอาคารสำนักงานและบ้านพัก เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามผลการสอบสวนเพิ่มเติม การจัดทำความเห็นและคำสั่งทางคดี ตลอดจนการติดตามตัวผู้ต้องหาเพื่อนำตัวมาฟ้องคดี โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในอายุความ เพื่อให้การบริหารงานคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยุติธรรมสูงสุดแก่ประชาชน
โอกาสนี้ผู้ตรวจการอัยการ ได้แนะนำและเน้นย้ำให้ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานคดีปกครองปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารของอัยการสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณสำนวนคดีค้าง เร่งรัดการดำเนินงานให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งชื่นชมและให้กำลังใจบุคลากรทุกท่านในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานตัวชี้วัด ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน “Justice for People” ต่อไป















