อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้คณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 7 (4/2569)

               วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 7 (4/2569)  โดยมีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting

               อัยการสูงสุด ได้แจ้งผลการประชุมของคณะกรรมการอัยการ เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา และแสดงความยินดีกับ นายโกวิท ศรีไพโรจน์ ที่ได้รับความเห็นชอบให้เสนอชื่อขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดคนที่ 21 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยหลังจากนี้สำนักงานอัยการสูงสุดจะได้แจ้งเรื่องไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

                นอกจากนี้ อัยการสูงสุด ยังได้แจ้งถึงโครงการจัดประกวดความเห็นและคำสั่งในคดีอาญาดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินโครงการฯ โดยมีนายโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม รองอัยการสูงสุด เป็นประธาน ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกระดับการเขียนความเห็นและคำสั่งของพนักงานอัยการให้มีความเหมาะสม ในการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงของคดีและการปรับข้อเท็จจริงให้เข้ากับข้อกฎหมาย เนื่องจากความเห็นของพนักงานอัยการเปรียบคล้ายกับคำพิพากษาของศาลที่เมื่อตัดสินแล้วต้องมีการเผยแพร่ให้ทราบ โดยในอนาคตอาจจะมีการเปิดเผยความเห็นและคำสั่งของพนักงานอัยการต่อสาธารณะ จึงต้องมีการฝึกหรือปรับการเขียนความเห็นและคำสั่ง ในช่วงแรกจะดำเนินโครงการฯ นำร่องจัดประกวดในคดีอาญาก่อน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทคดีอาญา และประเภทคดีอาญา (ศาลแขวง) ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รายละเอียดเป็นไปตามประกาศที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะมีการบันทึกในประวัติและนำมาประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายด้วย และอนาคตจะได้มีการขยายการดำเนินงานในการเข้าร่วมกิจกรรมของสำนักงานอื่นๆ รวมถึงความเห็นและคำสั่งในคดีแพ่งต่อไปอีกด้วย

                สำหรับการติดตามและแก้ไขปัญหาสำนวนคดีค้างในคดีอาญา อัยการสูงสุด ได้ตั้งข้อสังเกตและให้นโยบายในการพิจารณาสำนวนคดีหนึ่งๆ ควรจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้นำแนวทางการสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาเพื่อซักถามมาใช้เพื่อลดปริมาณสำนวนคดีค้าง พร้อมทั้งกำชับอธิบดีอัยการภาคที่มีสำนวนคดีค้างเป็นระยะเวลานานให้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดและเร่งรัดดำเนินการ และให้สำนักงานวิชาการ ดูกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขกรณีพนักงานสอบสวนส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมล่าช้า จะมีวิธีการตักเตือนหรือดำเนินการอย่างไร หากเปรียบเทียบกับกรณีการเรียกพยานของศาลที่ในกรณีส่งไม่ทัน ศาลก็จะตัดพยานนั้นออกจากการพิจารณา รวมทั้งระเบียบเกี่ยวกับค่าตอบแทนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางกรณีการเรียกพยานมาเพื่อซักถามเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วย

               นอกจากนี้ ยังมีการติดตามความคืบหน้าโครงการค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างของสำนักงานอัยการสูงสุดในภาพรวม จำนวน 54 โครงการ มีการลงนามในสัญญาแล้ว 16 โครงการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3 โครงการ ที่เหลืออยู่ระหว่างรอลงนามในสัญญาและมีบางส่วนที่ยังอยู่ในขั้นตอนการกำหนดราคากลาง สำหรับปัญหาความล่าช้าในการดำเนินการโครงการที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดได้นำข้อมูลมาวางแผนเพื่อแก้ไขในโครงการก่อสร้างที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อไป ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้กำชับเกี่ยวกับการดำเนินการโครงการที่มีความล่าช้าและเสี่ยงที่ผู้รับจ้างจะทิ้งงาน และในกรณีที่ผู้รับจ้างผิดสัญญาให้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด