พิธีปิดโครงการอบรม หลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 13 (พ.ศ. 2569)
วันนี้ (21 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.30 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีปิดโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 13
(พ.ศ. 2569) ซึ่งสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์
ถนนรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
อัยการสูงสุด ได้กล่าวแสดงความยินดีพร้อมให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรดังกล่าวว่า อัยการพิเศษฝ่ายเป็นตำแหน่งหัวหน้าพนักงานอัยการและเป็นผู้บริหารในสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด จึงนับได้ว่าเป็นตำแหน่งของนักบริหารที่มีความสำคัญยิ่งเนื่องจาก
มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการพิจารณาสั่งคดี ควบคุมดูแลการดำเนินคดี และการปฏิบัติงานตามภารกิจของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าเพื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์และนโยบายการบริหารงานของสำนักงานอัยการสูงสุด ในโอกาสที่ผู้เข้ารับการอบรมจะดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายหรือผู้บริหารในองค์กรจึงจำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้มีความรอบรู้ และ
ก้าวทันเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ การเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพ วิสัยทัศน์ คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นที่เชื่อมั่นของสังคมและประชาชนสืบไป
ด้าน นางวลัยรัตน์ บุญประสงค์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการกล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะและทัศนคติสำหรับผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง ให้มีความรู้และ
ทักษะการบริหารงานที่ทันสมัยเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และความรู้เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงาน ในตำแหน่งผู้บริหารงานระดับสูง รวมทั้งการพัฒนาและการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนให้มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนางานในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หลักสูตรการอบรมประกอบไปด้วยการอบรมส่วนวิชาการ การสัมมนา การจัดทำเอกสารวิชาการ การศึกษาดูงานของข้าราชการอัยการ จำนวน 77 คน และบุคลากรจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐ และเอกชน จำนวน 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 87 คน
























