อัยการสูงสุด ร่วมกิจกรรม Dinner Talk ในหลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 13 (พ.ศ. 2569)
วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกิจกรรม Dinner Talk ซึ่งสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการจัดขึ้น ตามโครงการอบรมหลักสูตรนักบริหารงานยุติธรรมระดับสูง “หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย” รุ่นที่ 13 (พ.ศ. 2569) ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร
อัยการสูงสุด ได้กล่าวถึง นโยบายการบริหารงาน “Justice for People” โดยเฉพาะการลดปัญหาสำนวนคดีค้างด้วยการเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนการในการทำงาน โดยเฉพาะการสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาให้ซักถาม แทนที่จะสั่งให้ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพียงอย่างเดียว ซึ่งการที่พนักงานอัยการได้สอบพยานเอง จะทำให้ประชาชนเห็นถึงความใส่ใจในคดีของพนักงานอัยการ ช่วยลดการประวิงเวลาหรือร้องขอความเป็นธรรมที่ซ้ำซ้อน เพราะทราบถึงข้อเท็จจริงและแก้ไขความไม่สมบูรณ์ของสำนวนตั้งแต่แรก และช่วยลดข้อกังขาในเรื่องความโปร่งใส เนื่องจากในการเรียกพยานมาสอบสวนของพนักงานอัยการจะต้องกระทำโดยเปิดเผยและมีบุคคลที่ 3 ร่วมอยู่ด้วย และยังได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับวันนัดของพนักงานอัยการ เช่น วัดนัดรายงานตัวหรือนัดส่งตัวที่ในปัจจุบันมักถูกเลื่อนออกไปบ่อยครั้งทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ ต่างจากวันนัดของศาลที่เมื่อถึงวันนัดแล้วจะดำเนินการทันที จึงขอให้ผู้อบรมที่จะได้เลื่อนขึ้นไปเป็นอัยการพิเศษฝ่ายได้บริหารจัดการสำนวนคดี เพื่อทำให้วันนัดของพนักงานอัยการมีความศักดิ์สิทธิ์น่าเชื่อถือมากขึ้น
อัยการสูงสุด ยังได้กล่าวถึง บทบาทหน้าที่ของอัยการพิเศษฝ่ายที่สำคัญนอกจากการบริหารสำนวนคดี ติดตามเร่งรัดสำนวนค้าง และสั่งคดีตามกฎหมายแล้ว ยังมีบทบาทในการเป็นพี่เลี้ยงสอนงานอัยการผู้ช่วยในการฝึกว่าความโดยการใช้วิธีเรียกพยานมาซักถาม เนื่องจากปัจจุบันมีการว่าความในศาลน้อยลงและมักจะเป็นคดีที่จำเลยให้การรับสารภาพ การให้อัยการผู้ช่วยได้ซักถามพยานจึงเป็นการฝึกทักษะในการตั้งคำถามและการว่าความไปในตัวโดยไม่ต้องไปศาล นอกจากนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด ยังได้จัดให้มีโครงการประกวดการเขียนความเห็นและคำสั่ง อก.4 คดีอาญา เพื่อสร้างแรงจูงใจและพัฒนาทักษะของพนักงานอัยการในการให้ความเห็นและสั่งคดี โดยคัดเลือกจากสำนวนคดีจริงในช่วงปี 2567 – 2569 ทั้งที่สั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้องของสำนักงานอัยการทุกภาค โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่จะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นอัยการพิเศษฝ่ายในอนาคตโดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค จะต้องมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมโดยเฉพาะกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุ เตรียมความพร้อมในการเป็นกรรมการภายในหน่วยงาน เช่น กรรมการตรวจการจ้าง กรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน บริหารสัญญา และเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันตามกำหนด เนื่องจากปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและบ้านพักเป็นจำนวนมาก และได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความคาดหวังของสังคมต่อการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ จะต้องพิจารณาสั่งคดีอย่างเที่ยงธรรม รอบคอบ เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใด และจะต้องเสร็จสิ้นภายในกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย ซึ่งองค์กรอัยการในปัจจุบันอยู่ท่ามกลางระบบข้อมูลข่าวสารและมีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา หากทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ด้วยความถูกต้องโปร่งใส ก็ไม่ต้องกลัวการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น
ด้าน นางวลัยรัตน์ บุญประสงค์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ กล่าวว่า กิจกรรม Dinner Talk เป็นกิจกรรมเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงประเด็นหัวข้อและเรื่องราวต่าง ๆ ที่อัยการสูงสุดประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรม ทราบถึงนโยบายสำคัญของสำนักงานอัยการสูงสุด และการทำหน้าที่ของผู้เข้ารับการอบรม ในฐานะผู้บริหารที่จะขับเคลื่อนนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุดให้ประชาชนยอมรับและมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการและองค์กรอัยการ ทั้งเป็นการเสริมสร้างความสามัคคี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างความเป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานของสำนักงานอัยการสูงสุด
สำหรับ หลักสูตรการอบรมอัยการพิเศษฝ่าย รุ่นที่ 13 (พ.ศ. 2569) ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาหลักสูตรการเป็นผู้นำยุคใหม่ที่มีความพร้อมในการเป็นผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาที่ดี มีวิสัยทัศน์ ทันสมัย เข้าใจสังคมและประชาชน มีมนุษย์สัมพันธ์ มีบุคลิกภาพที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กร และสร้างภาพลักษณ์ที่เหมาะสมในฐานะผู้บริหาร ให้เป็นที่เชื่อถือและเชื่อมั่น แก่ประชาชนและสังคม

















