สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการลงพื้นที่วิเคราะห์กระบวนงานจริงและจัดเก็บข้อมูลเชิงระบบ (Field Work & Data Collection) ของหน่วยงานภายในที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (วันที่ 2)
วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายสถิรภาค อ่อวิเชียร รองเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของการจัดเก็บกระบวนงาน ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์กระบวนงานสู่การยกระดับองค์กร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมที่ 2 “การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการลงพื้นที่วิเคราะห์กระบวนงานจริงและจัดเก็บข้อมูลเชิงระบบ” ครั้งที่ 4 ของหน่วยงานภายในที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (วันที่ 2) ซึ่งสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 303 ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 60 คน จาก 15 สำนักงานที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประกอบด้วยสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักบริหารกลาง, สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, สำนักวิทยบริการ, สำนักยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผน, สำนักบริหารงบประมาณ, สำนักการคลัง, สำนักบริหารทรัพย์สิน, สำนักบริหารอาคารและที่ดิน ออกแบบและก่อสร้าง, สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล, สำนักวินัยและระบบคุณธรรม, สำนักสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ, สำนักบริหารเงินนอกงบประมาณและค่าธรรมเนียมความแพ่ง, สำนักนิติการ และสำนักงานตรวจสอบภายใน
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการวิเคราะห์กระบวนงานแก่บุคลากรในสำนักงานอัยการสูงสุด ตามแนวทางการบริหารราชการสมัยใหม่ และหลักการปรับปรุงกระบวนงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีสมรรถนะด้านการวิเคราะห์งานเชิงระบบ สามารถระบุปัญหาและอุปสรรคในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงานที่ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมล่าช้า ตลอดจนสามารถออกแบบแนวทางพัฒนากระบวนงานได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลกระบวนงานที่เป็นปัจจุบันของแต่ละสำนักงานเพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานต้นแบบที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และยกระดับมาตรฐานการทำงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการค่างานที่จะสามารถเก็บข้อมูลปริมาณงานในแต่ละสำนักงานทั่วประเทศ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบในการบริหารจัดการอัตรากำลังข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป












