สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการลงพื้นที่วิเคราะห์กระบวนงานจริงและจัดเก็บข้อมูลเชิงระบบ (Field Work & Data Collection) ของหน่วยงานภายในที่ปฏบัติราชการในพื้นที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์

               วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายสถิรภาค อ่อวิเชียร รองเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของการจัดเก็บกระบวนงาน ในการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การวิเคราะห์กระบวนงานสู่การยกระดับองค์กร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมที่ 2 “การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและการลงพื้นที่วิเคราะห์กระบวนงานจริงและจัดเก็บข้อมูลเชิงระบบ” (Field Work & Data Collection) ครั้งที่ 4 ของหน่วยงานภายในที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 303 ชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

                สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 67 คน จาก 14 สำนักงาน ประกอบด้วย สถาบันนิติวัชร์, สำนักงานบริหารและสนับสนุนงานอัยการสูงสุด, สำนักงานคณะกรรมการอัยการ, สำนักงานต่างประเทศ, สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย, สำนักงานวิชาการ, สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ, สำนักงานคดีค้ามนุษย์, สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ, สำนักงานคดีล้มละลาย, สำนักงานคดีปกครอง, สำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด, สำนักงานคดีอัยการสูงสุด และสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ

               ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการวิเคราะห์กระบวนงานแก่บุคลากรในสำนักงานอัยการสูงสุด ตามแนวทางการบริหารราชการสมัยใหม่ และหลักการปรับปรุงกระบวนงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีสมรรถนะด้านการวิเคราะห์งานเชิงระบบ สามารถระบุปัญหาและอุปสรรคในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการทำงานที่ส่งผลให้การดำเนินงานโดยรวมล่าช้า ตลอดจนสามารถออกแบบแนวทางพัฒนากระบวนงานได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลกระบวนงานที่เป็นปัจจุบันของแต่ละสำนักงานเพื่อนำไปสู่การจัดทำแนวทางการปรับปรุงกระบวนงานต้นแบบที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยกระดับมาตรฐานการทำงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการใช้งานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการค่างานเบื้องต้น ที่จะสามารถเก็บข้อมูลปริมาณงานในแต่ละสำนักงานทั่วประเทศเพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบในการบริหารจัดการอัตรากำลังข้าราชการธุรการสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป