สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ นิเทศอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี พ.ศ. 2569

                วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 08.30 น. นายจำนอง ปานทอง ผู้ตรวจการอัยการ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ นิเทศอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

                ผู้ตรวจการอัยการ กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุด มุ่งเน้นสร้างความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของพนักงานอัยการในฐานะ “อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี” ซึ่งมีหน้าที่ในด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมาย รวมทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยในต่างจังหวัดมีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดและสาขา (สคชจ./สคชจ.สาขา) เป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากภารกิจทั้งด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และงานการบังคับคดีแล้ว ยังมีภารกิจที่ต้องร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และภารกิจตามโครงการ แผนยุทธศาสตร์ สำนักงานอัยการสูงสุด

                ดังนั้น จึงขอให้ว่าที่อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ ทุกท่าน ให้บริการประชาชนด้วยรอยยิ้ม และถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองประชาชนหน่วยงานของรัฐที่ขอรับความช่วยเหลือ ขอรับคำปรึกษา หรือขอรับคำแนะนำทางด้านอรรถคดีให้ได้รับการอำนวยความยุติธรรม สังคมมีความสงบสุขเข้มแข็ง ลดปัญหาความขัดแย้งในสังคม ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และปกปักรักษาผลประโยชน์ของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นที่พึ่งของรัฐและประชาชน และขอให้ตั้งใจศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักษะ ประสบการณ์ นำความรู้ที่ได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ นำไปพัฒนาต่อยอดงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ที่จะต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ ใน 76 จังหวัด ในวาระ 1 เมษายน 2569 เพื่อเป็นหลักที่พึ่งของประชาชนและหน่วยงานของรัฐในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ช่วยเหลือทางกฎหมาย ตามความคาดหวังของสำนักงานอัยการสูงสุด

                ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า พนักงานอัยการผู้ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติหน้าที่อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ โดยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “อัยการจังหวัด” มาแล้ว จะต้องไปปฏิบัติภารกิจงานด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งที่เป็นภารกิจประจำในการให้คำปรึกษาปัญหาทางกฎหมายแก่ประชาชน การจัดทำนิติกรรมสัญญา การประนอมข้อพิพาท การให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดีโดยการจัดทนายความอาสา การดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน การฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนและงานตามแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานอัยการสูงสุด งานไกล่เกลี่ยประนอมหนี้นอกระบบตามมติคณะรัฐมนตรี

                 ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทางกฎหมายและคดี งานบริหารจัดการด้านงบประมาณ การเงินและการพัสดุของ สคชจ. อีกทั้งต้องจัดเก็บรวบรวมข้อมูลผลการปฏิบัติงาน การรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของ สคช. ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ อีกทั้งการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายอัยการสูงสุด สคช. จึงได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ นิเทศอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี พ.ศ. 2569 ขึ้น โดยมีว่าที่อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำนวน 68 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทบทวนบทบาทภารกิจให้ผู้ปฏิบัติงานได้เข้าใจและสามารถปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของ สคช. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อนที่จะออกไปปฏิบัติหน้าที่ในวาระโยกย้ายในวันที่ 1 เมษายน 2569 ต่อไป