สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการอบรมสัมมนา “พัฒนาศักยภาพพนักงานอัยการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว”
วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) เวลา 08.30 น. นางสาวณัฐวสา ฉัตรไพฑูรย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนา “พัฒนาศักยภาพพนักงานอัยการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว” ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting ซึ่งจัดโดย ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานอัยการสูงสุด ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อสร้างทัศนคติ และความเข้าใจถึงปรัชญา และเจตนารมณ์ในการดำเนินคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนมีส่วนเกี่ยวข้อง และสร้างความตระหนักในเรื่องการคุ้มครองเด็กและความเข้าใจในหลักการ กระบวนงาน และบทบัญญัติของกฎหมายรวมทั้งระเบียบ สำนักงานอัยการสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญาที่เด็กหรือเยาวชนเป็นผู้ต้องหา พยาน หรือเป็นผู้เสียหาย รวมทั้งการคุ้มครองเด็กให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม อีกทั้งส่งเสริมบทบาทหน้าที่ของผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นพนักงานอัยการที่ปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศ ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ มีแผนงานและเป้าหมายในการดำเนินงานคุ้มครองเด็กมากขึ้น ซึ่งศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว ซึ่งมีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาประสิทธิภาพ จัดฝึกอบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาแนะนำทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว ได้ตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานอัยการที่มีการโยกย้ายเข้ารับตำแหน่งในสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัวใหม่ รวมถึงพนักงานอัยการที่ปฏิบัติงานในสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัวมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีโอกาสได้รับการพัฒนาความรู้ความเข้าในในการปฏิบัติงาน กับเด็กในสภาพสังคมและปัจจุบันโดยมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการให้มีองค์ความรู้ทางด้านการดำเนินคดีกับเด็ก การคุ้มครอง ป้องกันเด็กจากปัญหาต่าง ๆ ในสังคม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันทั้งผู้เข้ารับการฝึกอบรม และคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ รวมทั้งเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก และบทบาทหน้าที่ของพนักงานอัยการในการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองเด็กโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ โดยมีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 162 คน









