สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

วานนี้ (29 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด สถาบันนิติวัชร์ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับการสนับสนุนการจัดโครงการจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย จัดขึ้น ณ ห้องท่าวัง 1 โรงแรมวังใต้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายบรรเจิด รัตนมโนธรรม รองอธิบดีอัยการภาค 8 และผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ Ms. Cynthia Veliko ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) ได้ร่วมกล่าวต้อนรับผู้เข้ารับการอบรมผ่านระบบ Zoom

นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ถือเป็นกฎหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และกำหนดบทบาทสำคัญของพนักงานอัยการในการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ สืบสวนสอบสวน และดำเนินคดี เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งนี้ การยกระดับมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม มิได้เกิดจากการมีกฎหมายที่ดีเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีความรู้ ความเข้าใจ และยึดมั่นในหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมเน้นย้ำว่า การพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม และทำให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ด้าน Ms. Cynthia Veliko ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (OHCHR) ซึ่งร่วมพิธีเปิดผ่านระบบ Zoom Meeting ได้กล่าวต้อนรับและชื่นชมความมุ่งมั่นของสำนักงานอัยการสูงสุดในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันความพร้อมของ OHCHR ในการสนับสนุนความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการจัดอบรมครั้งที่ 2 ของโครงการ ภายหลังจากการอบรมรุ่นแรกซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอัยการในส่วนภูมิภาค และส่งเสริมการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการอำนวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ภายในการอบรมตามโครงการดังกล่าว มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน นายสมพงษ์ เย็นแก้ว อดีตอธิบดีอัยการภาค 6 นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง เลขานุการรองอัยการสูงสุด (นายอดิศร ไชยคุปต์) และ Mr. Luis Aquilar Esponda เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การสืบสวนสอบสวน และการดำเนินคดี เพื่อยกระดับศักยภาพของพนักงานอัยการให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล