สำนักงานอัยการสูงสุด จัดพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันนี้ (28 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. นายศรุต รัฐรพี รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้น ณ โรงแรม เอส.ดี. อเวนิว ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า การรักษาผลประโยชน์ของรัฐเป็นภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทรัพย์สินของแผ่นดิน ความมั่นคงทางการคลัง และความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในขั้นตอนการบังคับคดี ซึ่งเป็นกลไกที่ทำให้คำพิพากษาของศาลมีผลบังคับในทางปฏิบัติ การดำเนินงานด้านการบังคับคดีจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการประสานงานการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การที่มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐจำนวนมากเข้าร่วมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการยกระดับประสิทธิภาพการบังคับคดีของรัฐให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายรณรงค์ วุฒิกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานการบังคับคดี กล่าวถึงรายละเอียดการจัดโครงการสัมมนาดังกล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับคดี อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐเข้าใจถึงปัญหาทางปฏิบัติในการดำเนินการระหว่างกัน รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความรู้ตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อให้การดำเนินการบังคับคดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการดำเนินงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 – 2569 (ไตรมาส 1) สำนักงานการบังคับคดีมีสำนวนที่รับดำเนินการจำนวน 18,607 เรื่อง มีปริมาณจำนวนเงินตามหมายบังคับคดีสูงถึง 647,995,013,597.76 บาท ในขณะที่สามารถติดตามยึดทรัพย์ได้เพียง จำนวน 3,413,495,505.06 บาท ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับคดี อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ สำนักงานการบังคับคดี สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้จัดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการรักษาผลประโยชน์ของรัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น โดยดำเนินการสัมมนาในรูปแบบการบรรยาย อภิปรายประเด็นปัญหา และร่วมให้ข้อเสนอการประชุม ซึ่งมีบุคลากรของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการบังคับคดี จำนวน 172 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 345 คน เข้าร่วมโครงการฯ ระหว่างวันที่ 28 – 29 เมษายน 2569