สำนักงานอัยการสูงสุด เดินหน้าโครงการนำร่อง “การใช้คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถาม โดยพนักงานอัยการ ในสำนักงานอัยการจังหวัด (ระยะที่ 2)” ณ สำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง
วันนี้ ( 24 กรกฎาคม 2569) นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ นางสาวภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม พร้อมด้วยคณะทำงาน ลงพื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง เพื่อดำเนินงานโครงการนำร่อง “การใช้คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ ในสำนักงานอัยการจังหวัด (ระยะที่ 2)” โดยมีพันตรี ประพล อยู่ปาน อัยการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ให้การต้อนรับ
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมรับฟังปัญหาและติดตามข้อมูลการลงสารบบคดี การเตรียมสำนวนรวมถึงการเรียกพนักงานสอบสวนนำพยานมาเพื่อซักถามและได้เรียกพยานมาซักถามเป็นคดีตัวอย่าง ซึ่งสำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง ถือเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการฯ พร้อมกันนี้ คณะทำงานได้ชี้แจง แนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน” เพื่อมุ่งยกระดับ การทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับโครงการนำร่อง “การใช้คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ ในสำนักงานอัยการจังหวัด (ระยะที่ 2)” มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการศึกษา ปัจจัยแห่งความสำเร็จ และแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับการขยายผลการใช้คู่มือทั่วประเทศ โดยคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย 4 แห่งที่มีบริบทแตกต่างกัน ได้แก่ (1) สำนักงานคดีอาญามีนบุรี (2) สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาตลิ่งชัน 2 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการนำมาตรการไปใช้ในสำนักงานส่วนกลางที่มีลักษณะคดีซับซ้อนและบริบทองค์กรแตกต่างจากสำนักงานในภูมิภาค (3) สำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง เพื่อขยายผลในพื้นที่ภูมิภาค ที่มีความพร้อมสูง และ (4) สำนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ เพื่อศึกษาความต่อเนื่องและความยั่งยืนของผลสัมฤทธิ์ภายหลังโครงการระยะที่ 1
การดำเนินโครงการครั้งนี้ อธิบดีอัยการภาค 1 อัยการจังหวัดอ่างทอง ผู้กลั่นกรองและพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ดำเนินการและกำหนดแนวทางติดตามผลการดำเนินโครงการร่วมกับคณะทำงาน โดยมีสถาบันนิติวัชร์ ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน พัฒนาระบบและรูปแบบ พร้อมทั้งเพื่อติดตามผลการดำเนินงานการใช้วิธีการซักถามพยานโดยพนักงานอัยการ ในการแก้ไขปัญหาและลดปริมาณสำนวนคดีค้าง รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะก่อนสรุปผล เพื่อลดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักนิติธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับศักยภาพองค์กรอัยการให้สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือต่อไป




















