สำนักงานอัยการสูงสุด จัดพิธีเปิดโครงการยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุด และการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 3

วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) เวลา 09.00 น. นายโกวิท ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุด และการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้อง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 3 ซึ่งสำนักยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดจัดขึ้น ณ โรงแรม ที เค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับการประเมินคุณธรรมและ ความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานอัยการสูงสุด และการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจง แนวทางการประเมิน ITA ให้แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดทราบและเตรียมความพร้อม ในการประเมิน ซึ่งการประเมิน ITA ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนภาพลักษณ์และการปฏิบัติงานขององค์กร สำหรับปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากหลักเกณฑ์ IIT ได้ปรับเปลี่ยนไป ซึ่งมีการมุ่งเน้นพฤติกรรมองค์กรและความเสี่ยงทุจริตจากประสบการณ์จริง โดยไม่มีการชี้นำ ดังนั้น บุคลากรทุกคนจึงต้องมีความเข้าใจร่วมกัน ตระหนักถึงความสำคัญในการสะท้อนข้อมูลตามความเป็นจริง ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และพร้อมใจกันยกระดับมาตรฐานการทำงานเพื่อให้สามารถนำผลประเมินมาพัฒนาองค์กรได้อย่างแท้จริง ดังนั้น ผู้เข้ารับการอบรมครั้งนี้ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องให้เป็นหนึ่งเดียวและนำไปถ่ายทอดต่อในหน่วยงานเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสำนักงานอัยการสูงสุดให้เป็นองค์กรที่โปร่งใสได้รับความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนอย่างยั่งยืน

นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุด ตระหนักถึงความสำคัญของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส หรือ ITA จึงจัดโครงการนี้ขึ้น โดยเป็นการต่อยอดจาก 2 รุ่นแรกที่เน้นความเข้าใจพื้นฐานทั่วไป เนื่องจากปีนี้หลักเกณฑ์การประเมินในส่วนของ มีส่วนได้เสียภายในหรือ IIT มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเชิงลึกจากประสบการณ์จริง เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมองค์กรและความเสี่ยงการทุจริต โดยปราศจากการชี้นำหรือแทรกแซงจากหน่วยงาน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นข้าราชการธุรการและพนักงานราชการทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 105 คน ให้รับทราบถึงลักษณะการประเมิน ที่เปลี่ยนแปลงไปเชิงลึกอย่างชัดเจน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติการทำงาน การให้บริการแก่ประชาชนและการปฏิบัติราชการที่มีประสิทธิภาพเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรต่อไป