สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมจัดพิธีปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(Training of Cyber Collaboration of Police & Prosecutors : CYBER – COP²) รุ่นที่ 1

วันนี้ (12 มิถุนายน 2569) เวลา 16.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Training of Cyber Collaboration of Police & Prosecutors : CYBER – COP²) พร้อมมอบ ประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งประกอบด้วยพนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่สืบสวน พนักงานสอบสวน และผู้ตรวจพิสูจน์ทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 50 คน ณ ศูนย์การเรียนรู้ ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะ ด้านการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ และการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในยุคดิจิทัล โดยผู้เข้ารับการอบรมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การตรวจพิสูจน์และวิเคราะห์พยานหลักฐานดิจิทัล การติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ การจัดทำสำนวนคดีอิเล็กทรอนิกส์ การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ ตลอดจนแนวโน้มภัยคุกคามทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและความมั่นคงของประเทศ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม – 12 มิถุนายน 2569 (ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์) รวมระยะเวลาฝึกอบรม จำนวน 10 วัน

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา การฝึกปฏิบัติ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเจ้าหน้าที่สืบสวน พนักงานสอบสวน ผู้ตรวจพิสูจน์ทางอิเล็กทรอนิกส์ และพนักงานอัยการ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน และสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ชั้นสืบสวนสอบสวนจนถึงกระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันมีรูปแบบที่หลากหลาย ซับซ้อน และเชื่อมโยงกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นภารกิจสำคัญที่จะช่วยให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมสามารถรับมือกับความท้าทายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่กับความรู้ด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม

โดยผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญของโครงการไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาความรู้และทักษะเฉพาะทางของผู้เข้ารับการอบรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานอัยการ อันจะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัวในการประสานงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัล อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิของประชาชน การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และการสร้างความเชื่อมั่น ต่อระบบยุติธรรมของประเทศอย่างยั่งยืน