สำนักงานอัยการสูงสุด จัดพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่
วันนี้ (26 มกราคม 2569) เวลา 09.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ ซึ่งกำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 26 – 27 มกราคม 2569 ณ ห้องเยอร์บีร่า 2 โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
จตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับยุคเปลี่ยนผ่านของอาชญากรรมการค้ามนุษย์ที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น อาชญากรไม่ได้เพียงใช้กำลังบังคับขู่เข็ญในโลกทางกายภาพ แต่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI Deepfake มาสร้างใบหน้า แสดงท่าทาง และพูดเลียนแบบเสียงเพื่อหลอกลวงเหยื่ออย่างแนบเนียน ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที การสร้างเอกสารราชการ หรืออีเมลปลอม ตลอดจนการทำธุรกรรมผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Digital Asset ซึ่งถือเป็นความท้าทายโดยตรงกับผู้ปฏิบัติงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย การแสวงหาพยานหลักฐานในปัจจุบัน จึงไม่ได้อยู่ในรูปกระดาษหรือวัตถุที่จับต้องได้อีกต่อไป แต่จะอยู่ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Cloud เส้นทางการเงินดิจิทัล ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log Files) หรือในห้องสนทนาที่ถูกปกปิดตัวตน ทำให้พนักงานอัยการและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง หยุดนิ่งอยู่กับวิธีการทำงานแบบเดิม ๆ ไม่ได้อีกต่อไป
ในการจัดโครงการดังกล่าว จึงเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้ทักษะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสืบสวนพยานหลักฐานที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้กับพนักงานอัยการ และบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้ก้าวทันรูปแบบอาชญากรรมค้ามนุษย์ที่ซับซ้อน และส่งผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงาน เพราะในโลกดิจิทัลไม่มีใครหรือหน่วยงานใดสามารถเอาชนะอาชญากรรมค้ามนุษย์ได้เพียงลำพัง
นายประวิทย์ ร้อยแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานค้ามนุษย์ กล่าวรายงานว่า นับแต่ห้วงทศวรรษที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน พลวัตทางเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นดาบสองคมที่เปลี่ยนแปลงทัศนะของอาชญากรรมไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อาชญากรรมค้ามนุษย์” ซึ่งได้วิวัฒนาการจากการกระทำผิดในรูปแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “อาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีในการกระทำความผิด” ซึ่งมีการปกปิดตัวตนและพยานหลักฐานที่มีความซับซ้อนสูง และเป็นลักษณะข้ามชาติ – ไร้พรมแดน อาชญากรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ออนไลน์ ทั้ง AI และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เป็นเครื่องมือหลักในการหลอกลวง นัดหมาย ล่วงละเมิด รวมถึงการฟอกเงิน ส่งผลให้พรมแดนทางกายภาพไม่ใช่อุปสรรคต่อการกระทำผิดอีกต่อไป
สำนักงานคดีค้ามนุษย์ ในฐานะหน่วยงานที่เป็นกลไกหลักในการอำนวยความยุติธรรรมในคดีค้ามนุษย์ของสำนักงานอัยการสูงสุดได้เล็งเห็นว่า การจะดำเนินคดีค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ในด้านการรวบรวมพยามหลักฐานคดีค้ามนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเทศนิคในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ ดังนั้น จึงจัดให้มีการดำเนินโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่แก่พนักงานอัยการและบุคลากรของสำนักงานคดีค้ามนุษย์ และสำนักงานอัยการอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวนทั้งสิ้น 46 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พัฒนาความรู้ ทักษะ และเทคนิคในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่เป็นเครื่องมือ ให้กับกลุ่มเป้าหมายในระดับผู้ปฏิบัติงาน และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และประสบการณ์ในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ เพื่อนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลง โดยโครงการดังกล่าวจัดในรูปแบบการบรรยาย และการอภิปราย จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกิจกรรม Workshop ที่จะเป็นการระดมแนวคิดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ














