สถาบันนิติวัชร์ ร่วมเปิดตัวสื่อการเรียนรู้การซักถามเชิงสืบสวนสอบสวน e-Learning on Investigative Interviewing for Criminal Investigation (ฉบับภาษาไทย)

               วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายชาติ ชัยเดชสุริยะ ผู้ตรวจการอัยการ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดตัวสื่อการเรียนรู้ e-Learning on Investigative Interviewing for Criminal Investigation (ฉบับภาษาไทย) ซึ่งสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และมหาวิทยาลัยออสโล ในการพัฒนาและแปลสื่อการเรียนรู้ โดยมี Ms. Delphine Schantz ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก, Ms. Susanne Flølo ผู้แทนจากศูนย์สิทธิมนุษยชนนอร์เวย์ มหาวิทยาลัยออสโล, Ms. Ellen Margarethe Hjelseth เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านตรวจคนเข้าเมือง สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ฯ และ ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ ห้องประชุม Conference Hall ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

               ผู้ตรวจการอัยการ กล่าวว่า ภายใต้ระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย พนักงานอัยการมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบในการพิจารณาสั่งคดีและนำคดีขึ้นสู่ศาล โดยจะต้องประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานก่อนจะมีคำสั่งใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พยานบุคคล อันได้มาจากกระบวนการสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ผู้เสียหาย และพยาน ซึ่งคุณภาพของถ้อยคำเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเป็นธรรมในการดำเนินคดี การคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ และการอำนวยความยุติธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างแท้จริง และเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 พนักงานอัยการมีหน้าที่ตรวจสอบการจับกุมและการควบคุมตัวให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติการซักถามตามมาตรฐานสากลอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ตระหนักดีถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากแนวปฏิบัติแบบเดิมไปสู่แนวทางการซักถามเชิงสืบสวนสอบสวนแบบไม่บังคับขู่เข็ญ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับและสะท้อนอยู่ในหลักการสำคัญของสหประชาชาติ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับ TIJ, UNODC, สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ และภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศ ในการพัฒนาบุคลากรด้านการซักถามเชิงสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ฉบับภาษาไทยที่จะเปิดตัวในวันนี้ จึงเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ที่จะช่วยให้พนักงานอัยการทั่วประเทศ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ตามมาตรฐานสากลได้อย่างทั่วถึง อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะพนักงานอัยการรุ่นใหม่ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ บนพื้นฐานของมาตรฐานวิชาชีพและหลักสิทธิมนุษยชน

               สำหรับกิจกรรมเปิดตัวสื่อการเรียนรู้ e-Learning ในครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาควิชาการร่วมนำเสนอมุมมอง อาทิ ผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ Dr. Ivar Fahsing รองศาสตราจารย์จากศูนย์สิทธิมนุษยชนนอร์เวย์ มหาวิทยาลัยออสโล ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักถามเชิงสืบสวนระดับนานาชาติ การนำเสนอภาพรวมของหลักสูตร โดย Ms. Anna Giudice หัวหน้าทีมด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม UNODC

               นอกจากนั้น ยังมีเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ในด้านการพัฒนาเทคนิคการซักถามเชิงสืบสวนสอบสวนในมุมของแนวปฏิบัติและนวัตกรรม โดยมีผู้ร่วมเสวนาจาก 3 สาขาวิชาชีพ ได้แก่ นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 1 พันตำรวจโท เกียรติศักดิ์ จันจะนะ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และนาวาอากาศโท ศุภาภาส กิจวรรณ์ หัวหน้าแผนกวินัย กองการปกครอง กรมกำลังพลทหาร ร่วมเสวนา และ ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการ TIJ เป็นผู้ดำเนินรายการ เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานจริงแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความท้าทายในการนำเทคนิคการซักถามตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้ในบริบทของไทย

              จากนั้นในช่วงบ่าย มีการสาธิตการใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยนายกวิน เมาริซิโอ มาร์ซานิ ผู้ช่วยนักประสานงานโครงการ TIJ พร้อมทั้งเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานทดลองเรียนหลักสูตรด้วยตนเองเพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริงก่อนนำไปเผยแพร่ในวงกว้างต่อไป

               สำหรับสื่อการเรียนรู้ e-Learning on Investigative Interviewing for Criminal Investigation (ฉบับภาษาไทย) นี้ พัฒนาขึ้นเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานอัยการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสอบสวนในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยได้ศึกษาเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และยกระดับความเชี่ยวชาญให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผลสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและหลักสิทธิมนุษยชน