สำนักงานอัยการสูงสุด เดินหน้าโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” เพื่อยกระดับมาตรฐานงานคดีอาญา ครั้งที่ 3 ที่ สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี
วันนี้ (27 ตุลาคม 2568) นางนิรมล ธำรงราชนิติ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ พร้อมด้วยนางสาวภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ และคณะทำงานลงพื้นที่ จัดกิจกรรมตามโครงการนำร่องการใช้ร่างคู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการจังหวัด (ระยะที่ 1) ครั้งที่ 3 โดยมี ร.ต.อ.อภิวัฒน์ คำโมง รองอธิบดีอัยการภาค 1 พร้อมด้วยนายศุภกร ศุกร์สังวาลย์ อัยการจังหวัดธัญบุรี และพนักงานอัยการในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม ณ สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องแห่งที่ 4 ของโครงการฯ
สำหรับโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 35 และ 36 และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมดำเนินการ และกำหนดแนวทางติดตามผลการดำเนินโครงการรวมกับคณะทำงาน อีกทั้งมีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อัยการผู้กลั่นกรองงาน ดำเนินการซักถามพยาน โดยพนักงานอัยการในคดีตัวอย่าง จำนวน 3 คดี
ทั้งนี้ การจัดทำคู่มือดังกล่าวจะนำไปทดลองใช้จริงในพื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ธัญบุรี และชลบุรี เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงปฏิบัติ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคู่มือก่อนนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ทั่วประเทศต่อไป การดำเนินงานของโครงการดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน บริหารจัดการอย่างยั่งยืน” โดยมีสถาบันนิติวัชร์ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน พัฒนาระบบและรูปแบบพร้อมทั้งเพื่อติดตามผลการดำเนินงานการใช้วิธีการซักถามพยานโดยพนักงานอัยการในการแก้ไขปัญหาและลดปริมาณสำนวนคดีค้าง รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะก่อนสรุปผล เพื่อนำไปพัฒนาคู่มือฯ ให้สมบูรณ์และใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับพนักงานอัยการทั่วประเทศต่อไป



















