สถาบันนิติวัชร์ จัดงานเสวนาวิชาการ “การจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ครั้งที่ 2”
วันนี้ (16 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.00 น. นายอรรถพร สุทธิบุตร อธิบดีอัยการภาค 1 เป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ครั้งที่ 2” ซึ่งสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ จัดขึ้น ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ ตำบลกะมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อธิบดีอัยการภาค 1 กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา มีเป้าหมายสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคม การลงโทษผู้กระทำความผิด และเยียวยาผู้เสียหาย โดยพนักงานอัยการมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ใช้อำนาจรัฐในการพิจารณาสั่งคดีว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา การสั่งคดีจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ทั้งนี้ หากการสั่งคดีขาดความเป็นธรรมหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ทั้งในด้านความล่าช้า การคั่งค้างของคดี การใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสั่งฟ้องผู้บริสุทธิ์หรือการสั่งไม่ฟ้องผู้กระทำความผิด ซึ่งล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคม สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะหน่วยงานหลักของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการสั่งคดีของพนักงานอัยการให้มีความเป็นเอกภาพ ตรวจสอบได้ และเป็นกลาง โดยยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ปราศจากอคติและความลำเอียง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว
ด้านนายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสวนาวิชาการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ โดยการจัดงานเสวนาวิชาการในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 มีพนักงานอัยการจากสำนักงานคดีต่าง ๆ เข้าร่วมจำนวน 31 คน ในรูปแบบการจัดประชุมกลุ่มย่อย และการอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการสั่งคดี ระหว่างพนักงานอัยการกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดยเป็นการรวบรวมสภาพปัญหา ในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ และแนวทางแก้ไขในเบื้องต้นจากการอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้จากการจัดเสวนาวิชาการในครั้งที่ 1 เพื่อวิเคราะห์หาแนวทางการแก้ไขเกี่ยวกับการพิจารณาสำเนาสั่งคดีของพนักงานอัยการในประเด็นต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้นและนำไปสู่การจัดทำแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานการสั่งคดีของพนักงานอัยการต่อไป















