สถาบันนิติวัชร์ จัดงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “การจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ครั้งที่ 1”

               วันนี้ (11 มิถุนายน 2568) เวลา 09.00 น. นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นประธานเปิดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ ครั้งที่ 1” ซึ่งสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 120 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

               เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา มีเป้าหมายสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขของสังคม ลงโทษผู้กระทำความผิด และเยียวยาผู้เสียหาย โดยพนักงานอัยการมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ใช้อำนาจรัฐในการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา การสั่งคดีจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ทั้งนี้ หากการสั่งคดีขาดความเป็นธรรมหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ทั้งในด้านความล่าช้า การคั่งค้างของคดี การใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการสั่งฟ้องผู้บริสุทธิ์หรือไม่ฟ้องผู้กระทำความผิด ซึ่งล้วนกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนโดยตรง สำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะหน่วยงานหลักของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการสั่งคดีของพนักงานอัยการให้มีความเป็นเอกภาพ ตรวจสอบได้ และเป็นกลาง โดยยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ปราศจากอคติหรือความลำเอียง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในระยะยาว

               นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า การเสวนาวิชาการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการสั่งคดี ระหว่างพนักงานอัยการกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการรวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีกิจกรรมประกอบด้วย การอภิปรายในหัวข้อ “การจัดทำแนวทางเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ” จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทั้งจากภายในและภายนอกสำนักงานอัยการสูงสุด การแบ่งกลุ่มประชุมย่อยในหัวข้อ “เสนอสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไข” เพื่อระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการสั่งคดี พร้อมทั้งจัดทำแนวทางปฏิบัติที่เป็นบรรทัดฐานในการสั่งคดีของพนักงานอัยการโดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานต่าง ๆ จำนวน 26 คน เข้าร่วมกิจกรรม