สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (CCPCJ) สมัยที่ 34 ณ กรุงเวียนนา

               เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 นางเด่นเดือน กลั่นสอน รองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ พร้อมด้วยคณะพนักงานอัยการเป็นผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมในคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 34 (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice: CCPCJ) ณ ห้องประชุมเต็มคณะ (Plenary) ของศูนย์ประชุมนานาชาติแห่งกรุงเวียนนา (Vienna International Centre: VIC) สาธารณรัฐออสเตรีย

                รองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ ได้ร่วมรับฟังถ้อยแถลงในการอภิปรายทั่วไป (General Debate) ของกลุ่มประเทศสมาชิก สำหรับประเทศไทย มีนายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเป็นผู้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย จากนั้นผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ “15 Years of the Bangkok Rules: Reimagining Justice for Women” ซึ่งจัดโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการ TIJ เป็นประธานในพิธีเปิด และมีนางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย ให้เกียรติเข้าร่วมและกล่าวถึงที่มาของ The Bangkok Rules  

               โอกาสนี้ สถาบันนิติวัชร์ ได้ร่วมจัดนิทรรศการในหัวข้อ “Digitalizing Pre-Trial Criminal Justice: A Path to Security and Transparency” เพื่อแสดงถึงเจตจำนงของสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ในการส่งเสริมความโปร่งใสและยกระดับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

               และในวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ในหัวข้อ “Innovation in Criminal Justice Responses: Digitally and Socially” โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับสาธารณรัฐเกาหลี ราชอาณาจักรนอร์เวย์ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

               ในการนี้ นายวิพล กิติทัศนาสรชัย อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานต่างประเทศ ได้เข้าร่วมนำเสนอแนวคิดการบันทึกคำให้การพยานแบบเรียลไทม์เข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง โดยมีนายสรรพัชญ รัชตะวรรณ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

               การจัดกิจกรรมคู่ขนานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนจากหน่วยงานความยุติธรรมของสาธารณรัฐเกาหลี นำเสนอระบบ Korean Information System of Criminal Justice Services (KICS) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริหารจัดการข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ผู้แทนจากนอร์เวย์ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยในการตัดสินใจก่อนฟ้องคดีอาญา และ UNODC ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในเชิงปฏิบัติว่าหน่วยงานสหประชาชาติสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในระบบกระบวนการยุติธรรมอย่างไร โดยเฉพาะผ่านการดำเนินงานด้านการซักถามเพื่อค้นหาความจริง (Investigative Interviewing) และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาการรวบรวมพยานหลักฐาน และยกระดับกระบวนการที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ

               ด้าน สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ได้นำเสนอตัวอย่างความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมทางสังคมและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่มีบทบาทสำคัญในการคืนคนดีสู่สังคมสำหรับผู้พ้นโทษ โดยเฉพาะความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมในกระบวนการยุติธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสที่ครอบคลุมและระบบสนับสนุนที่ยั่งยืนสำหรับทุกคนในสังคม

               ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน