สถาบันนิติวัชร์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการใช้มาตรการพิเศษในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2
วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) เวลา 08.15 น. นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นประธานในพิธีปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อการใช้มาตรการพิเศษในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2 ซึ่งสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ จัดขึ้น ณ ห้อง BB 202 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมการปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกรมป่าไม้ เข้าร่วม
เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเป็นภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 แต่การบังคับใช้มาตรการพิเศษยังคงมีประเด็นปัญหาที่ทำให้ยังไม่สามารถขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านที่ร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด รัดกุม และสามารถนำไปสู่การยกร่างแนวทางปฏิบัติหรือข้อบังคับของอัยการสูงสุดที่ใช้ได้จริงในอนาคต ผ่านการขับเคลื่อนจากการถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงท่านที่มีประสบการณ์ตรงในการทำคดีเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และท่านที่มีมุมมองรวมถึงประสบการณ์จากต่างประเทศที่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
ด้าน นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า การสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งประสบการณ์การใช้มาตรการพิเศษ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนศึกษาปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะในการพัฒนารูปแบบในการใช้มาตรการตามกฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยกระดับการใช้มาตรการพิเศษให้เกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป






























