สำนักงานอัยการสูงสุดจัดพิธีเปิดโครงการหลักสูตรการอบรม “UN Cybercrime Convention กับบทบาทพนักงานอัยการไทย: การตีความกฎหมายและพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์”

             วันนี้ (10 มีนาคม 2569) เวลา 9.00 น. นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด ร่วมกับ Mr. Ryu Uehara Supreme Public Prosecutors Office, Japan Mr. Hiroshi Suda United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) Regional Office of South East Asia and Pacific ผู้แทนสถาบันการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดของสหประชาชาติ ภาคพื้นเอเชียและตะวันออกไกล (United Nations Asia and Far East Institute for the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders: UNAFEI) และผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) เปิดโครงการหลักสูตรการอบรม “UN Cybercrime Convention กับบทบาทพนักงานอัยการไทย: การตีความกฎหมายและพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งสถาบันนิติวัชร์ร่วมกับ UNAFEI และ UNODC โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 11 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม 902 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

                นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ปัจจุบันคดีอาญาจำนวนไม่น้อยมีพยานหลักฐานที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และมีมิติทางเทคนิคที่ซับซ้อน จึงจำเป็นที่ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีความเข้าใจทั้งในเชิงกฎหมายและเชิงกระบวนการ เพื่อให้สามารถประเมินความชอบด้วยกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และน้ำหนักของพยานหลักฐานได้อย่างถูกต้อง นอกจากนั้น คดีจำนวนมากมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ จึงต้องมีความเข้าใจในกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในทางอาญา เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย

               ในโอกาสนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด ขอขอบคุณสถาบันสหประชาชาติเพื่อการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด ภาคพื้นเอเชียและตะวันออกไกล (UNAFEI) และ สำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) รวมทั้ง คณะวิทยากรจากประเทศญี่ปุ่น UNODC และ จากสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ได้ร่วมกันจัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ความร่วมมือเช่นนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรใน กระบวนการยุติธรรมให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

                ด้าน นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ตระหนักถึงความสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้และเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการบูรณาการความร่วมมือระดับสากล จึงได้ร่วมกับ UNAFEI และ UNODC จัดโครงการหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจโครงสร้าง หลักการ และเจตนารมณ์ของ UN Cybercrime Convention การวิเคราะห์ถ้อยคำทางกฎหมาย (legal language) ที่เกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์และอำนาจรัฐ เพื่อเชื่อมโยงกับกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาองค์ความรู้ด้านกฎหมายสารบัญญัติที่เกี่ยวกับการกำหนดข้อหาความผิด และองค์ความรู้ด้านกฎหมายสารบัญญัติที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีและการรับฟังพยานหลักฐาน รวมถึงทักษะในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในการดำเนินคดีทั้งในชั้นสอบสวน ชั้นพิจารณาสั่งคดี และการดำเนินคดีชั้นศาล และเป็นการเตรียมความพร้อมพนักงานอัยการที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น “วิทยากรต้นแบบ” (Training of Trainers – ToT) ของศูนย์ประสานงานพนักงานอัยการในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Coordination Center for Technology Crimes – ศูนย์ CCTC) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขยายผลองค์ความรู้ต่อไป  โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย พนักงานอัยการ จำนวน 24 คน รวมทั้งพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ธนาคารแห่งประเทศไทย และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

      เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมและพยานอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีและการนำเสนอพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมอบรมปรับตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลในระบบการพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ (E-litigation) เกิดเครือข่ายความร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระหว่างพนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้ข้อเสนอแนะและแนวทางในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการรับฟังและนำสืบพยานอิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับหลักการสากล