ผู้ตรวจการอัยการ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการของสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานคดีอาญามีนบุรี และสำนักงานคดีแพ่งมีนบุรี

              นายชัยวัฒน์ ทิพย์สุวรรณ ผู้ตรวจการอัยการ และคณะ ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานคดีค้ามนุษย์ สำนักงานคดีอาญามีนบุรี และสำนักงานคดีแพ่งมีนบุรี ระหว่างวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนายประวิทย์ ร้อยแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ นายสมคิด สายเจริญ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญามีนบุรี นายกิจจา ศิริติกุล อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีแพ่งมีนบุรี รองอธิบดีอัยการ อัยการพิเศษฝ่าย ข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรของทั้งสามสำนักงานร่วมต้อนรับและรายงานผลการปฏิบัติราชการ

               ในการตรวจติดตามการปฏิบัติราชการในครั้งนี้ ผู้ตรวจการอัยการได้เน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารของอัยการสูงสุด “Justice for People” โดยเฉพาะการลดปริมาณสำนวนคดีค้างด้วยการให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาซักถาม เสนอแนะแนวทางการในการทำงาน รวมทั้งรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ ของแต่ละสำนักงาน เพื่อจะได้ดำเนินการติดตามและแก้ไขปัญหาให้แต่ละสำนักงานต่อไป พร้อมทั้งได้ทั้งชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานกับบุคลากรทุกคนด้วย

               สำหรับสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ได้รายงานถึงอัตรากำลังของพนักงานอัยการที่โยกย้ายออกกับย้ายเข้าไม่สมดุลกัน ทำให้ขาดแคลนอัตรากำลัง โดยนอกจากงานด้านคดีแล้ว ยังมีงานประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายโครงการ รวมถึงศูนย์ยุทธศาสตร์และฐานข้อมูลคดีค้ามนุษย์ มีอัตรากำลังพนักงานอัยการไม่เพียงพอต่อภาระงานตามอำนาจหน้าที่ และมีความต้องการขอรับการจัดสรรอัตรากำลังในตำแหน่งเจ้าพนักงานคดีเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการโดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพนักงานอัยการในแบบ 1 ต่อ 1 ทั้งงานร่วมสอบสวนและงานสำนวนคดี และนักวิชาการเงินและบัญชี เพื่อสนับสนุนงานเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ดำเนินการโครงการต่างๆ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

              นอกจากนี้ ยังมีความต้องการอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม และปัญหาพื้นที่ในการปฏิบัติงานที่คับแคบและมีที่ตั้งกระจัดกระจายกัน ซึ่งจะกำลังได้รับการจัดสรรพื้นที่ของอาคาร C ให้เป็นที่ตั้งของสำนักงานและหน่วยงานในสังกัด คาดว่าจะสามารถย้ายเข้าปฏิบัติงานได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

              ด้านสำนักงานคดีอาญามีนบุรี ได้รายงานถึงความต้องการเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยเฉพาะหมึกเครื่องพิมพ์ที่ได้ทำเรื่องขอเบิกแล้วแต่เกิดความล่าช้าทำให้ขาดความต่อเนื่องในการทำงาน และปัญหาพื้นที่ในการปฏิบัติงานคับแคบ เนื่องจากมีสำนักงานและบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ห้องเก็บสำนวนไม่เพียงพอต่อหน่วยงาน สถานที่จัดเก็บครุภัณฑ์ส่งคืนไม่เพียงพอ และพื้นที่จอดรถไม่เพียงพอรองรับบุคลากรและประชาชนที่มาติดต่อราชการ

              ส่วนสำนักงานคดีแพ่งมีนบุรี มีอัตรากำลังพนักงานอัยการไม่เพียงพอ เนื่องจากข้าราชการอัยการได้รับการเลื่อนระดับให้ไปดำรงตำแหน่งอัยการพิเศษฝ่ายและเกษียณอายุราชการ นอกจากนี้ยังมีความต้องการอัตรากำลังเจ้าพนักงานธุรการในสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีแพ่งมีนบุรี 1 สำหรับอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็มีความต้องการเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานเช่นกัน