สถาบันนิติวัชร์ ผนึกกำลังองค์กรยุติธรรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำ จัดเสวนาใหญ่ “หลักนิติธรรมกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย” ครั้งที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
วันนี้ (11 กันยายน 2568) นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับ ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดโครงการเสวนาในหัวข้อ “หลักนิติธรรมกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย” ครั้งที่ 3 ณ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งการเสวนาดังกล่าว จัดโดยสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะนิติศาสตร์จาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
การเสวนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมพลังความรู้และประสบการณ์จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ทั้งอดีตอธิบดีอัยการ ผู้พิพากษา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากหน่วยงานทางกฎหมายต่าง ๆ เพื่อร่วมกันหารือ แลกเปลี่ยน และเสนอแนวทางแก้ไขปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทยให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมมากยิ่งขึ้น
เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 นายสุวิช ชูชะกูล อัยการอาวุโส อดีตอธิบดีอัยการภาค 7 นายคณิต วัลยะเพ็ชร์ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ รศ. อัจฉรียา ชูตินันทน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมีนายวิพล กิติทัศนาสรชัย อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหน้าที่ดำเนินรายการ
นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า “การจัดเสวนาครั้งที่ 3 นี้ ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและสถาบันการศึกษา ที่มุ่งหวังให้เกิดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างยั่งยืน และเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมความเห็นจากนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม และผู้แทนจากองค์กรภาครัฐ เพื่อร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญที่กระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยตรง ทั้งการออกหมายจับ หมายค้น การควบคุมตัว และขั้นตอนการดำเนินคดี ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่ต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม ซึ่งการแลกเปลี่ยนในวันนี้มุ่งหวังให้เกิดการต่อยอดไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมไทยให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้จริง”
บรรยากาศภายในงานมีการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งประเด็นกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทยในปัจจุบันทั้งระบบ อันเป็นกระบวนการอำนวยความยุติธรรมที่จะต้องเป็นธรรม และเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของสังคมไทยต่อกระบวนการยุติธรรม โครงการเสวนา “หลักนิติธรรมกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย” เวทีครั้งนี้นับเป็นการปิดฉากโครงการเสวนาทั้ง 3 ครั้งอย่างสมบูรณ์



















