อัยการสูงสุด ลงพื้นที่นิเทศงานเพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติราชการและพัฒนาระบบราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1 และภาค 2

               วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) เวลา 08.30 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและการพัฒนาระบบราชการสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 3 สำหรับข้าราชการฝ่ายอัยการในพื้นที่ภาค 1 และ ภาค 2 ซึ่งสำนักยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผน สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 – 29 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมเฮลท์แลนด์ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา จังหวัดชลบุรี

               ทั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้นำข้าราชการฝ่ายอัยการในพื้นที่ภาค 1 และภาค 2 กล่าวคำถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ก่อนที่จะเริ่มการประชุมชี้แจงตามโครงการดังกล่าวด้วย

               อัยการสูงสุด กล่าวว่า แม้อยู่ในห้วงเวลาแห่งความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงต้องดำเนินต่อไปด้วยความมุ่งมั่น และด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ว่า “เราจะมีความสุขแต่ลำพัง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอีกหลายคนที่แวดล้อมเราอยู่นั้นไม่ได้ ผู้มีเมตตาจิต หวังประโยชน์ส่วนรวม ย่อมรู้จักแบ่งปันความความสุข เพื่อผู้อื่นและพร้อมที่จะช่วยบรรเทาทุกข์ของผู้อื่นตามกำลังและโอกาสเสมอ”

               สำนักงานอัยการสูงสุดจะทำหน้าที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมั่นคงและยืนยาว หากน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านใส่เกล้าใส่กระหม่อมในหัวใจของการงานในองค์กรอัยการ อันจะส่งผลให้องค์กรอัยการเป็นองค์กรที่บังคับใช้กฎหมายด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม คุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน ในฐานะอัยการสูงสุด พร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานอัยการสูงสุด และนโยบายการบริหารงานทั้ง 4 ประการ ที่ได้แถลงนโยบายไปแล้ว ซึ่งนโยบายต่างๆ จะประสบความสำเร็จไม่ได้หากขาดการสื่อสาร การทำความเข้าใจอย่างมีส่วนร่วม และความร่วมมือจากข้าราชการฝ่ายอัยการทุกคน

               นอกจากนี้ อัยการสูงสุด ยังได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสำนวนค้างในคดีอาญาซึ่งเป็นนโยบายสำคัญและจำเป็นต้องเร่งดำเนินการ รวมทั้งผลักดันให้พนักงานอัยการเรียกพยานมาซักถามเพิ่มเติมเพื่อให้การแก้ไขปัญหาสำนวนค้างในคดีอาญาลดลง โดยย้ำว่าหากพนักงานอัยการได้แสดงบทบาทการทำงานในกระบวนการยุติธรรมด้วยการเรียกพยานมาซักถาม ก็จะส่งผลต่อการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการให้สามารถอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งข้าราชการธุรการที่ปฏิบัติงานสนับสนุนพนักงานอัยการก็จำเป็นต้องจัดทำแผนกระบวนการทำงานโครงการต่างๆ ของสำนักงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานสำเร็จเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ

               ด้าน นายสราวุธ ปิตุเตชะ เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า โครงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและการพัฒนาระบบราชการสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารและบุคลากรทั้งในสำนักงานส่วนกลางและสำนักงานอัยการทั้ง 9 ภาค ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และนโยบายการบริหารงานของอัยการสูงสุด “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน บริหารจัดการอย่างยั่งยืน” หรือ “Justice for People” ให้บรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และสามารถตอบสนองความพึงพอใจของประชาชน โดยในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 มีบุคลากรในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 1 และภาค 2 เข้าร่วมกิจกรรมรวม 176 คน