สถาบันนิติวัชร์จัดการอบรมหลักสูตร กฎหมายและเทคโนโลยีเกี่ยวกับธุรกรรมและพยานอิเล็กทรอนิกส์

               วันนี้ (27 สิงหาคม 2568) นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการหลักสูตรการอบรม “กฎหมายและเทคโนโลยีเกี่ยวกับธุรกรรมและพยานอิเล็กทรอนิกส์” ณ ห้องพาโนรามา ชั้น 14 โรงแรมดิแอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

               นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า ในยุคดิจิทัลการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็ว ธุรกรรมทางแพ่งในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการดำเนินคดีในศาลมีการใช้เทคโนลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้พยานหลักฐานที่ปรากฏในคดีแพ่งจำนวนมากอยู่ในรูปแบบของพยานอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งองค์ความรู้ในด้านกฎหมายและเทคโนโลยีเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และพยานอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นเรื่องใหม่ที่มีความซับซ้อนและขาดความรู้ความเข้าใจหลักการพื้นฐานจึงเป็นอุปสรรคและความท้าทายในการดำเนินการข้อกฎหมายการับฟังพยานหลักฐานพยานอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ อีกทั้งการทำงานในยุคปัจจุบันยังต้องอาศัยความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลธุรการกรรมอิเล็กทรอนิกส์

               ด้าน นายปกรณ์ ธรรมโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การจัดโครงการหลักสูตรการอบรมมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและเทคโนโลยีเกี่ยวกับคดีอิเล็กทรอนิกส์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นสถาบันนิติวัชร์ รวมถึงสำนักงานคดีแพ่ง สำนักงานคดีภาษีอากร และสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ประเมินพยานอิเล็กทรอนิกส์และใช้ระบบศาลอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง จึงจัดให้มีการอบรมหลักสูตรกฎหมาย และเทคโนโลยีเกี่ยวกับธุรกรรมและพยานอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับพนักงานอัยการ จำนวน 59 คน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดีแพ่งและการดำเนินคดีเศรษฐกิจของสำนักงานอัยการสูงสุด ระหว่างวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2568   โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการดำเนินคดีเกี่ยวกับพยานอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น