สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติจัดโครงการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล ให้แก่คณะผู้แทน สปป.ลาว

สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมาย สำนักงานต่างประเทศ ร่วมกับสำนักเลขาธิการของเครือข่ายความร่วมมือด้านยุติธรรมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAJust Secretariat) สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ดำเนินโครงการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล ให้แก่คณะผู้แทน สปป.ลาว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพมหานคร

ในพิธีเปิดนายมงคล จิรชัยสกุล รองอัยการสูงสุด ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการฯ และต้อนรับคณะผู้แทนจาก สปป.ลาว โดยรองอัยการสูงสุดได้กล่าวถึงการกระชับความร่วมมือตามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับองค์การอัยการประชาชนสูงสุดแห่งสปป.ลาว  พ.ศ. 2547 ความสำคัญของการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมายระหว่างพนักงานอัยการและผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยและ สปป.ลาว ในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาค

ผู้ร่วมโครงการในครั้งนี้ ได้แก่คณะผู้แทนจาก สปป.ลาว นำโดย Mr. Phoutthavong Boualapha อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์การอัยการประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว พร้อมคณะพนักงานอัยการจากองค์การอัยการประชาชนสูงสุดและนครหลวงเวียงจันทน์ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และ Interpol แห่ง สปป. ลาว โดยมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดและ UNODC ร่วมให้การต้อนรับและพบปะหารือ

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับองค์การอัยการประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว  พ.ศ. 2547 โดยการสนับสนุนของเครือข่ายความร่วมมือด้านยุติธรรมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAJust)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกเครือข่าย SEAJust ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตลอดจนการแบ่งปันประสบการณ์ในการสืบพยานทางจอภาพในคดีอาญา และการจัดประชุมระหว่างผู้แทนของผู้ประสานงานกลางทั้งสองประเทศเพื่อติดตามความคืบหน้าของคำร้องขอความร่วมมือระหว่างกัน นอกจากนี้ คณะผู้แทนฯ จะได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและพบปะกับเจ้าหน้าที่ของไทย ณ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อศึกษากระบวนการปฏิบัติงานผ่านช่องทางทางการทูตและศูนย์ตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานทางดิจิทัล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านพยานหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและความร่วมมือในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ เครือข่ายความร่วมมือด้านยุติธรรมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAJust) ได้ก่อตั้งโดยสำนักงานอัยการสูงสุดและองค์การอัยการประชาชนแห่ง สปป.ลาว ร่วมกับผู้ประสานงานกลางของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวม 8 ประเทศ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2563 โดยการสนับสนุนของ UNODC และเปิดรับสมาชิกนอกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 23 ประเทศและเขตปกครองพิเศษ