สำนักงานอัยการสูงสุด จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงเพื่อขับเคลื่อนงานตามนโยบายอัยการสูงสุดและภารกิจสำคัญ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568
วันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 09.00 น. นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงเพื่อขับเคลื่อนและติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายอัยการสูงสุดและภารกิจงานสำคัญ ครั้งที่ 2/2568 ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยมีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการในส่วนกลางและต่างจังหวัด เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และทางออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ อัยการสูงสุด ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสรรโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อใช้ในการปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ โดยจะสามารถส่งมอบได้ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการเจรจากับผู้ให้บริการเพื่อขอสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกจากการใช้งานโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตตามปกติ เช่น ส่วนลดในการซื้อสินค้าหรือบริการ การใช้บริการในสนามบิน การสำรองที่จอดรถพิเศษในศูนย์การค้า ศูนย์ประชุมต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จะได้แจ้งรายละเอียดในการดำเนินการให้ทราบต่อไป
อัยการสูงสุด ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับการจัดสรรงบประมาณในจัดการหาครุภัณฑ์ห้องสอบสวนเด็กในคดีอาญา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในคดีที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน รวมทั้งครุภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาหรือลดผลกระทบต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรวมถึงประชาชนที่มาติดต่อราชการจากฝุ่นละอองขนาดเล็กและเชื้อโรคต่างๆ โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส จัดลำดับความสำคัญและความต้องการเพื่อประโยชน์สูงสุดของราชการ
นอกจากนี้ อัยการสูงสุด ได้กำชับหน่วยงานต่างๆ ที่มีความจำเป็นในการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารสำนักงานและบ้านพักของทางราชการ ให้ดำเนินการสำรวจและประเมินราคาเพื่อเสนอของบประมาณก่อสร้างและปรับปรุงต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการติดตามผลการดำเนินงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 – 2566 จำนวน 23 รายการ อยู่ในขั้นตอนก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง 1 รายการ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง 2 รายการ ดำเนินการก่อสร้างและอยู่ระหว่างดำเนินการบริหารสัญญา 17 รายการ และโครงการที่ผู้รับจ้างทิ้งงาน 3 รายการ โดยอัยการสูงสุด ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการกำหนดตารางเวลา (Timeline) ในการปฏิบัติงาน เนื่องจากการดำเนินงานโครงการก่อสร้างแต่ละครั้งจะใช้ระยะเวลานาน อาจจะมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ในระหว่างการดำเนินงานจึงต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องควบคู่ไปด้วย เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ในการให้ความเห็นชอบแบบก่อสร้าง กรุงเทพมหานครหรือท้องถิ่นต่างๆ ในการขออนุญาตก่อสร้าง การประสานงานระหว่างผู้รับจ้างและหน่วยงานที่ปรึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้าง ทั้งนี้ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนในการปฏิบัติงานให้สั้นลง รวมถึงการนำ Timeline มาใช้กำกับและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการให้มีความต่อเนื่องด้วย
สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ มีจำนวน 9 รายการ ทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนก่อนการก่อสร้าง จึงขอให้ผู้ที่รับผิดชอบกำหนด Timeline ให้สามารถดำเนินการก่อหนี้ผูกพันได้ภายในไตรมาส 3 หรือเดือนมิถุนายน 2568
อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการดำเนินงานโครงการเกี่ยวข้องกับค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง เนื่องจากแต่ละโครงการมีวงเงินงบประมาณสูง ทำให้คณะกรรมการที่รับผิดชอบในการบริหารสัญญามีความระมัดระวังมากขึ้น แม้บางเรื่องจะอยู่ในอำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการแต่เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยก็จะทำหารือเข้ามายังส่วนกลางแทบทุกครั้งทำให้เกิดความล่าช้า จึงขอให้สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดการอบรมเพื่อเสริมความรู้ในการบริหารสัญญาให้กับนักวิชาการพัสดุที่จะออกไปปฏิบัติงานในสำนักงานอัยการภาคต่างๆ เพื่อจะได้เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยงานในพื้นที่ ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงานให้สั้นลง
สำหรับการประชุมผู้บริหารระดับสูงฯ เป็นไปตามนโยบายของอัยการสูงสุดที่ได้มอบหมายให้สำนักยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน สำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน กำกับติดตาม รับฟังปัญหาอุปสรรค และหารือแนวทางแก้ไขร่วมกัน รวมทั้งการดำเนินงานภารกิจงานสำคัญ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรอัยการตามนโยบายอัยการสูงสุดภายใต้แนวคิด “ซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม สร้างความยุติธรรมแก่ประชาชน”


























