สำนักงานอัยการสูงสุด เดินหน้าโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” เพื่อยกระดับมาตรฐานงานคดีอาญา ณ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
วันนี้ (20 ตุลาคม 2568) นางนิรมล ธำรงราชนิติ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ พร้อมด้วยนางสาวภูวิชญา เหลืองธีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ และคณะทำงานลงพื้นที่ เพื่อจัดโครงการนำร่องการใช้ร่างคู่มือการสั่งให้ส่งพยานมา
เพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการจังหวัด (ระยะที่ 1) โดยมีนายกฤษฎา แพงมา และนายยุรนันท์ กิตติวรยศ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่อัยการผู้กลั่นกรองงาน พร้อมด้วยข้าราชการ
ฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องแห่งที่ 2 ของโครงการฯ
สำหรับโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 35 และ 36 และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมดำเนินการ และกำหนดแนวทางติดตามผลการดำเนินโครงการรวมกับคณะทำงาน อีกทั้งมีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อัยการผู้กลั่นกรองงาน ดำเนินการซักถามพยาน
โดยพนักงานอัยการในคดีตัวอย่าง จำนวน 3 คดี
สำหรับการจัดทำคู่มือดังกล่าวจะนำไปทดลองใช้จริงในพื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ธัญบุรี และชลบุรี เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงปฏิบัติ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคู่มือก่อนนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ทั่วประเทศต่อไป การดำเนินงานของโครงการดังกล่าว
นับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบาย “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน
บริหารจัดการอย่างยั่งยืน” ของอัยการสูงสุด โดยมีสถาบันนิติวัชร์ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน พัฒนาระบบและรูปแบบพร้อมทั้งเพื่อติดตามผลการดำเนินงานการใช้วิธีการซักถามพยานโดยพนักงานอัยการในการแก้ไขปัญหาและลดปริมาณสำนวนคดีค้าง รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะก่อนสรุปผล
เพื่อนำไปพัฒนาคู่มือฯ ให้สมบูรณ์และใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับพนักงานอัยการทั่วประเทศต่อไป












