อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 3/2568

              วันนี้ (19 ธันวาคม 2568) เวลา 09.30 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุด ครั้งที่ 3/2568 โดยมีรองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการภาคที่เกี่ยวข้อง เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 902 ชั้น 9 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระบบ Zoom Meeting

               ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการก่อสร้างต่างๆ ของสำนักงานอัยการสูงสุด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 16 โครงการ โดยอัยการสูงสุดได้กำชับให้อธิบดีอัยการภาคที่มีโครงการก่อสร้างในพื้นที่ จัดทำตารางกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานและลงไปกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ประสานผู้ตรวจการอัยการและสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อให้การดำเนินงานและแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเสร็จสิ้นตามกำหนด

               สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมการก่อสร้างสำนักงานอัยการสูงสุดบริเวณที่ดินย่านประดิพัทธ์ ได้มีการเตรียมตั้งคำของบประมาณในการออกแบบอาคารและวางผังบริเวณ การก่อสร้างสะพานข้ามคลองบางซื่อเพื่อเป็นทางเข้าจากด้านถนนกำแพงเพชร รวมทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และจะได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมธนารักษ์ กรุงเทพมหานคร และบริษัท เอสอาร์ที แอสแสท จำกัด บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งตลาด อ.ต.ก. เช่าอยู่ เพื่อเตรียมการดำเนินงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ ภายในเดือนมีนาคม 2569

              นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการเร่งรัดสำนวนค้างในคดีอาญา พบว่าหลังจากมีการผลักดันนำร่องในการสั่งให้พนักงานสอบสวนส่งพยานมาให้ซักถาม ได้มีการดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 จำนวน 47 เรื่อง ทำให้พนักงานอัยการสามารถมีคำสั่งได้เร็วขึ้นภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน บางสำนวนใช้ระยะเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น ส่วนภาพรวมในสำนวนคดีค้างอื่นๆ ก็พบว่าลดลงมากเช่นเดียวกันแต่ก็ยังมีบางจังหวัดยังมีปริมาณสำนวนค้างในคดีอาญาสูงอยู่ ซึ่งอัยการสูงสุดได้กำชับอธิบดีอัยการภาคลงไปกำกับดูแล โดยเฉพาะสำนวนคดีค้างที่มีระยะเวลาเกิน 1 ปี พร้อมทั้งบริหารจัดการทั้งสำนวนคดีค้างเก่าและสำนวนคดีที่รับเข้ามาใหม่ด้วย

              ด้านการบริหารงานบุคลากร ได้เตรียมแต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงหลักสูตรการอบรมข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยในเบื้องต้นได้กำหนดปฏิทินการดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมอัยการผู้ช่วย อัยการจังหวัด อัยการพิเศษฝ่าย และอธิบดีอัยการ เริ่มต้นในเดือนมกราคมและเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อเสนอคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องพิจารณา ส่วนกรณีเงินค่าตอบแทนสำหรับตำแหน่งเจ้าพนักงานคดี และเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งนิติกร (พ.ต.ก.) อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยได้มีการหารือกับกรมบัญชีกลางถึงกรอบวงเงินงบประมาณและต้องเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ รวมทั้งอาจจะต้องมีการร่างระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดในการนี้ด้วย