สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมการประชุมนานาชาติสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี ครั้งที่ 12
สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมการประชุมนานาชาติสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี (KICJIF) ครั้งที่ 12 เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ พร้อมด้วยนายวิพล กิติทัศนาสรชัย อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานต่างประเทศ เป็นผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมการประชุมนานาชาติสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี ครั้งที่ 12 (The 12th Korean Institute of Criminology and Justice International Forum – KICJIF) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ Yegrina Hall อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี (Korean Institute of Criminology and Justice – KICJ) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านอาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรมที่ได้รับการรับรองในฐานะสถาบันแนวร่วมของสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (UN Programme Network Institute) สำหรับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” (Strengthening International Cooperation in Response to Transnational Organized Crime) โดยนายวิพล กิติทัศนาสรชัย ได้เข้าร่วมเป็นผู้บรรยายในหัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างประเทศในเอเชียในการแก้ไขปัญหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” (Cooperation among Asian Countries in Addressing Transnational Organized Crime)
ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี มีความร่วมมือกันมายาวนานนับตั้งแต่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิจัย การแลกเปลี่ยนบุคลากร และความร่วมมือด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม รวมถึงระบบจัดการข้อมูลกระบวนการยุติธรรม ซึ่งช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐเกาหลีด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ MOU ที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทำไว้กับสถาบันอาชญาวิทยาและการยุติธรรมแห่งเกาหลี และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบงานยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น









