สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเครือข่ายอัยการอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 1
เมื่อวันที่ 11 – 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ รองอัยการสูงสุด เป็นประธานการประชุม เครือข่ายอัยการอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติครั้งที่ 1 (1st Meeting of Mekong Subregion Prosecutor Network against Transnational Organized Crime) หัวข้อ “การต่อต้านอาชญากรรมสัตว์ป่าและกระบวนการฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง” ณ โรงแรมเวลาดี จังหวัดนครพนม
รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้ริเริ่มจัดตั้งเครือข่ายอัยการอนุภูมิภาคลุ่มแม่นำ้โขงเพื่อเป็นเวทีให้พนักงานอัยการของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่นำ้โขงที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ชายแดนติดกันและเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบเดียวกัน ได้พบปะหารือสร้างความร่วมมือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติร่วมกัน โดยในการจัดการประชุมครั้งนึ้ถือเป็นครั้งแรก มีพนักงานอัยการจากกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนาม และไทย โดยมี นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิศกุล ผู้ตรวจการอัยการ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำพนักงานอัยการจากจังหวัดที่ตั้งริมแม่นำ้โขงเข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้ยังมีผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และผู้ช่วยทูตฝ่ายอัยการ สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ และได้รับการสนับสนุนการประชุมจากสถาบันช่วยเหลือด้านกฎหมายและวิชาการ (Institute for Legal Support and Technical Assistance: ILSTA) ประเทศลักเซมเบิร์ก
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมได้หารือแลกเปลี่ยนกฎหมายและประสบการณ์การดำเนินคดีค้าสัตว์ป่าข้ามชาติและการฟอกเงินที่มีประสิทธิภาพ การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาในการแสวงหาพยานหลักฐานและการติดตามริบทรัพย์สินของเหล่าอาชญากรข้ามแดน และวันสุดท้ายของการประชุมได้มีการแข่งขันฟุตบอลมิตรภาพอัยการอนุภูมิภาคลุ่มแม่นำ้โขงและเลี้ยงสังสรรค์ โดยหัวหน้าคณะผู้แทนเวียดนามได้ทำพิธีรับมอบการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 ในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะจัดที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 รองอัยการสูงสุด ได้นำคณะอัยการไทยข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ไปพบปะประชุมทวิภาคีกับพนักงานอัยการแขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยได้หารือความร่วมมือในการดำเนินคดียาเสพติด คดีค้ามนุษย์ข้ามแดนไทย-ลาว การติดตามพยานเพื่อไปเบิกความในศาลระหว่างกัน และคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดได้เข้าเยี่ยมคารวะนายวันไซ พองสะหวัน เจ้าแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อแนะนำคณะอัยการนครพนมและขอรับการสนับสนุนในการปฏิบัติงานตามภารกิจของอัยการเชื่อความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรอัยการทั้งสองประเทศด้วย












