สำนักงานอัยการสูงสุด เดินหน้าโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” เพื่อยกระดับมาตรฐานงานคดีอาญา
วานนี้ (14 ตุลาคม 2568) นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายปราโมทย์ อ่อนละออ ผู้ตรวจการอัยการ และคณะผู้บริหารจากสำนักงานอัยการสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำการดำเนินงานโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” ระยะที่ 1 (ครั้งที่ 1) โดยมีนายธวัชชัย ว่องพรรณงาม อัยการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกของโครงการฯ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2568
สำหรับโครงการนำร่อง “คู่มือการสั่งให้ส่งพยานมาเพื่อซักถามโดยพนักงานอัยการ” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 143 และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 35 และ 36 และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยนางนิรมล ธำรงราชนิติ รองอธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และนางสาวภูวิชชชญา เหลืองธีรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ เป็นเลขานุการ คณะทำงานได้จัดประชุมชี้แจงแนวทางทางการใช้ร่างคู่มือ การซักซ้อมขั้นตอนการดำเนินงานในสำนวนตัวอย่าง และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพนักงานอัยการในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการใช้ดุลพินิจ การดำเนินการ และการประสานงานกับพนักงานสอบสวนอย่างถูกต้องและเป็นธรรม โดยมีพนักงานอัยการในคดีตัวอย่างร่วมดำเนินการและกำหนดแนวทางติดตามผลการดำเนินโครงการและมีนายธวัชชัย ว่องพรรณงาม อัยการจังหวัดเชียงใหม่ อัยการผู้กลั่นกรองงาน และพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมดำเนินการตามโครงการนำร่องร่วมกับคณะทำงาน
สำหรับการจัดทำคู่มือดังกล่าวจะนำไปทดลองใช้จริงในพื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ธัญบุรี และชลบุรี เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงปฏิบัติ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงคู่มือก่อนนำไปเผยแพร่เพื่อใช้ทั่วประเทศต่อไป
การดำเนินงานของโครงการดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบาย “ยุติธรรมโปร่งใส ใส่ใจประชาชน เพิ่มประสิทธิผลของงาน บริหารจัดการอย่างยั่งยืน” ของอัยการสูงสุด โดยมีสถาบันนิติวัชร์ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน พัฒนาระบบและรูปแบบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยกระดับมาตรฐานงานคดีอาญาทั้งระบบ ทั้งนี้ โครงการนำร่องดังกล่าวจะดำเนินการต่อเนื่องในพื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดอื่น ๆ อีก 4 แห่งดังกล่าวข้างต้นภายในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการใช้วิธีการซักถามพยานโดยพนักงานอัยการในการแก้ไขปัญหาและลดปริมาณสำนวนคดีค้าง รวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะก่อนสรุปผลเพื่อนำไปพัฒนาคู่มือฯ ให้สมบูรณ์และใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับพนักงานอัยการทั่วประเทศต่อไป

















