อัยการสูงสุด ร่วมลงนามปฏิญญาเพื่อก่อตั้งที่ประชุมอัยการสูงสุดอาเซียน (APAGM) สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมายและการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ

                 วันนี้ (15 กันยายน 2568) นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด พร้อมด้วยคณะผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิธีลงนามปฏิญญาเพื่อก่อตั้งที่ประชุมอัยการสูงสุดอาเซียน (The ASEAN Prosecutors/Attorneys General Meeting หรือ APAGM) ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียจัดขึ้น ณ จังหวัดบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมีอัยการสูงสุดของแต่ละชาติสมาชิกอาเซียน และ Mr. Nararya S. Soeprapto รองเลขาธิการอาเซียน ด้านประชาคมและกิจการองค์กร เข้าร่วมในพิธี

               ในโอกาสนี้ อัยการสูงสุดชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ร่วมลงนามในปฏิญญาซานูร์บาหลีเพื่อก่อตั้งที่ประชุมอัยการสูงสุดอาเซียน (Sanur Bali Declaration on the Establishment of the ASEAN Prosecutors/Attorneys General Meeting) และข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference) แนบท้ายปฏิญญาฯ โดยภายหลังพิธีลงนามจะมีการเสนอปฏิญญาดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน เพื่อดำเนินการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ที่มีกำหนดจะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ต่อไป

               ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดไทยมีบทบาทสำคัญในการริเริ่มก่อตั้ง APAGM จากที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือเพื่อก่อตั้งองค์กรอัยการอาเซียนขึ้นที่บ้านแหลมแท่น บางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งในการประชุมครั้งดังกล่าวที่ประชุมได้จัดทำข้อตกลง “ความริเริ่มบางแสน 2023” (Bang Saen Initiative 2023) ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เพื่อศึกษาก่อตั้งองค์กรอัยการอาเซียน ต่อมาภายหลังได้มีการประชุมหารืออีก 3 ครั้ง จนกระทั่งชาติสมาชิกอาเซียนได้บรรลุฉันทามติให้ก่อตั้ง APAGM เป็นองค์กรระดับรัฐมนตรีอาเซียนเฉพาะสาขา ตามข้อ 10 ของกฎบัตรอาเซียน

               APAGM ที่จะก่อตั้งขึ้นนี้ จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมายและการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ในฐานะที่อัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลางตามพระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 โดยจะเป็นช่องทางในการประสานงานติดต่อ แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันรับมือภัยคุกคามของอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่องค์กรอาชญากรรมใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมต่อประชาชนซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง และยังเป็นกลไกสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประสานงานกลางและพนักงานอัยการในภูมิภาคอาเซียนในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอีกด้วย