สำนักงานอัยการสูงสุด จัดโครงการอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนไทยในต่างประเทศ ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และราชอาณาจักรสเปน

               นางจตุพร แสงหิรัญ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ พร้อมด้วยนายนิรันด์ ยั่งยืน รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และคณะพนักงานอัยการ เป็นผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนไทยในต่างประเทศ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และเครือข่ายคนไทยในต่างประเทศ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และในวันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ นครบาร์เซโลนา ราชอาณาจักรสเปน

               สำหรับกิจกรรมในโครงการดังกล่าวประกอบด้วย การสัมมนาในหัวข้อ “โซ่ตรวนที่มองไม่เห็น : ทำความเข้าใจการค้ามนุษย์และแรงงานยุคใหม่” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบถึงภาคส่วนต่างๆ การบรรยายในหัวข้อ “กฎหมายไทยในต่างแดน สิทธิ หน้าที่ และการปกป้องตนเอง” ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่และกฎหมายที่ควรรู้ของคนไทยในต่างแดน การแก้ปัญหาเมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ช่องทางขอความช่วยเหลือผ่านสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมทั้งเปิดคลินิกกฎหมาย ถาม – ตอบ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเป็นการเฉพาะรายโดยพนักงานอัยการ และการรับอาสาสมัครอัยการคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ โดยมีคนไทยในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและราชอาณาจักรสเปนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

              ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีการตั้งคณะทำงานกำหนดแนวทางการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและช่วยหลือคนไทยในต่างประเทศ ประกอบด้วยสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ และสำนักงานคดีแรงงาน เพื่อจัดทำโครงการอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนไทยในต่างประเทศ ทั้งการดำเนินการด้วยงบประมาณของสำนักงานอัยการสูงสุดและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ หรือเครือข่ายคนไทยที่มีภารกิจเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ เพื่อให้คนไทยไม่ว่าอยู่ที่ใดในโลกได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง ลดขั้นตอน ไม่เพิ่มภาระในกระบวนการขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายไพรัช พรสมบูรณ์สิริ ในการสร้างความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยพัฒนาช่องทางการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนให้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก